ไทยซัมมิทฯ เปิดแผนขยายธุรกิจในเครือฯ มองอีอีซี ยังไร้แผนชัดเจน
ไทยซัมมิทฯ ประเมิน “อีอีซี” ไม่มีความชัดเจน ส่งผลให้เอกชนไร้ความเชื่อมั่น ลุยแผนลงทุน 5 ปี เป้ารายได้แตะ 1.1 แสนล้านบาท เตรียมเทกฯ กิจการชิ้นส่วนยานยนต์ในต่างแดน

ดร.สาโรจน์ วสุวานิช รองประธานกรรมการบริหาร บมจ.ไทยซัมมิท ฮาร์เนส ในเครือไทยซัมมิทกรุ๊ป เปิดเผยว่า ทางกลุ่มได้เตรียมความพร้อมสำหรับการลงทุนในเขตเศรษฐ กิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หากโครงการรัฐมีความชัดเจน ซึ่งการจัดทำร่าง พ.ร.บ.พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ…. ที่ยังไม่มีความชัด เจน ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในการลงทุน

“ที่ผ่านมาภาครัฐยังไม่มีความชัดเจนในด้านใดๆ ที่เป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นโครงการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถอีวี โครงการอากาศยาน และ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (นิวเอสเคิร์ฟ) ยังไม่เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรม ส่วนใหญ่นักลงทุนบอกว่าจะลงทุน แต่ไม่มีการลงทุนจริง” นายสาโรจน์กล่าว

นายสาโรจน์ กล่าวถึงความพร้อมในการลงทุนผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าว่า ต้องรอความพร้อมของค่ายรถยนต์ใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มญี่ปุ่นว่าจะลงทุนหรือไม่ ซึ่งจากการสอบถามค่ายรถยนต์รายใหญ่อย่างโตโยต้า ก็ยืนยันว่าจะยังคงเน้นการพัฒนารถยนต์ไฮบริดก่อน พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า หากเกิดขึ้นจริง สามารถดำเนินการได้ทันที

อย่างไรก็ตาม กลุ่มไทยซัมมิทได้ลงทุนเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและการพัฒนาตัวโปรดักส์ รวมถึงอาร์แอนด์ดี เซ็นเตอร์ การเพิ่มจำนวนโรบอต ซึ่งเมื่อปีก่อนมีอยู่เพียง 900 ตัว ปัจจุบันมีมากกว่า 1,800 ตัว รวมถึงการคัดเลือกวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ให้สอดรับกับอุตสาหกรรมในปัจจุบัน

สำหรับแผนดำเนินงานในช่วง 5 ปีนี้ บริษัทตั้งเป้ามีรายได้ 110,000 ล้านบาท โดยมาจากการลงทุนพัฒนาปรับปรุงกระบวนการผลิตและเครื่องจักรให้มีศักยภาพ โดยในปี 2560 ได้ใช้งบ 5,000 ล้านบาท และในปี 2561 ได้เตรียมไว้อีก 5,000 ล้านบาท รวมถึงมีแผนจะเข้าซื้อกิจการบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ในต่างประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจา คาดว่าภายในปีหน้าจะสรุปผลได้

นายสาโรจน์ กล่าวเสริมถึงแผนตั้งโรงงานสายไฟในนิคมสระแก้วว่า ขณะนี้ บริษัทได้ทำสัญญาเช่าพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว ดำเนินการโดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ซึ่งเป็นโครงการในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) เพื่อเตรียมลงทุนโรงงานผลิตชิ้นส่วนสายไฟสำหรับยานยนต์ มูลค่า 270 ล้านบาท บนพื้นที่ประมาณ 23 ไร่ ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างปลายปี 2560 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2562 ผลิตสินค้าป้อนให้กับค่ายรถยนต์ในประเทศ อาทิ โตโยต้า ฮอนด้า วอลโว่ มิตซูบิชิ อีซูซุ จีเอ็ม ยามาฮ่า ดูคาติ และคาวาซากิ เป็นต้น และบริษัทยังมุ่งหาพื้นที่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ทั้ง 10 จังหวัดที่รัฐบาลประกาศ เช่น จ.ตาก กาญจนบุรี เนื่องจากพื้นที่ภาคตะวันออกทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทยอยประกาศยกเลิกการส่งเสริมกิจการประเภทชิ้นส่วนชุดสายไฟ (Wiring Harness) ดังนั้น การขยายลงทุนใหม่ในกิจการเหล่านี้จึงไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ และสิทธิประโยชน์ที่เคยได้รับกำลังจะหมดลงในอีก 5 ปี บริษัทจำเป็นต้องใช้แผนขยายการลงทุนในพื้นที่ที่ให้สิทธิประโยชน์อื่นทดแทน

สำหรับแผนการลงทุนทั้งหมดของกลุ่ม คือ บริษัท ไทยซัมมิท ฮาร์เนส จำกัด (มหาชน) ผลิตชุดสายไฟ/ชิ้นส่วนไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ บริษัท ไทยซัมมิท แหลมฉบังโอโตพาร์ท จำกัด ขึ้นรูปโลหะสำหรับยานยนต์ บริษัท ไทยซัมมิท พลาสเทค จำกัด ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ยานยนต์และเครื่องจักรกลอื่น ๆ

ในปี 2560 ได้ทยอยใช้เงินลงทุนที่ตั้งไว้ 5,000 ล้านบาท ในการควบรวมกิจการ (M&A) การหาพาร์ตเนอร์ใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพและรองรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ผลักดันให้มีการลงทุนในพื้นที่ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่หรือรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ต้องจับมือพาร์ตเนอร์ศึกษาเตรียมแผนลงทุนแบตเตอรี่ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมอากาศยานระหว่างนี้แม้ว่าโครงการลงทุนใน EEC ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน หรือการลงทุนจากต่างชาติยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม แต่บริษัทจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมไว้เพื่อสนับสนุน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ในอนาคต เช่น พัฒนาบุคลากร ลงทุนเทคโนโลยีใช้หุ่นยนต์/ระบบอัตโนมัติในกระบวนการผลิตกว่า 2,000 ตัวทดแทนคนได้ถึง 5,000 คน เพื่อให้เกิดความแม่นยำในบางไลน์การผลิต และย้ายพนักงานดังกล่าวไปสู่ไลน์การผลิตอื่นโดยไม่ต้องเลิกจ้าง

“รัฐบาล แค่นำเสนอว่า นักลงทุนรายไหนสนใจมาลงที่ EEC แต่ไม่ได้การันตีว่าลงทุนจริงหรือไม่ และเมื่อไร ขณะที่ พ.ร.บ. EEC ยังไม่ออก ซึ่งเราก็ห่วง เช่น แอร์บัสจะสร้างศูนย์ซ่อมอากาศยานที่อู่ตะเภา ถึงลงนามความร่วมมือ (MOU) แล้วก็จริง แต่จะลงทุนจริงหรือไม่ ถ้ารัฐยืนยันว่าจริง เราจะได้เตรียมแผนที่จะซัพพอร์ต แม้ตอนนี้ยังไม่คิดไปลงทุนด้านอุตสาหกรรมอากาศยาน เพราะเราไม่มีเทคโนโลยีจึงต้องมองหาพาร์ตเนอร์ไปก่อน”

โดยปี 2560 ตั้งเป้ายอดขายทั้งกลุ่มรวม 40 แห่ง แบ่งเป็นอยู่ในไทย 30 แห่งและในต่างประเทศอีก 8 แห่งไว้ที่ 79,136 ล้านบาท กลยุทธ์คือการเดินไปตามเทรนด์ของตลาดที่กำลังจะเกิดขึ้น หาพื้นที่ลงทุนใหม่ ๆ เกาะติดตั้งโรงงานใกล้กับคู่ค้ายานยนต์

นายจุติณัฏฐ์ สิริมังคลกิตติ รองประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท ไทยซัมมิท ฮาร์เนส จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมถึงการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ว่า นิคมที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนทั้งหมดคือเป้าหมายการลงทุนของบริษัท พิจารณาจาก 1.สิทธิประโยชน์ ผลิตแล้วซัพพอร์ตให้คู่ค้าคุ้มกว่า 2.ลดต้นทุน สามารถใช้แรงงานทั้งจากฝั่งไทยและฝั่งเพื่อนบ้านได้ อัตราค่าแรง 300 บาท/วัน ขณะที่ค่าแรงในพื้นที่ตะวันออกต้องจ่ายในอัตราสูงบางราย 500 บาท/วัน และพื้นที่นิคมสระแก้ว กนอ.เริ่มดำเนินการแล้วมีความพร้อมทุกอย่าง

   

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here