ทุกครั้งเมื่อใกล้เข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว มักจะมีคำถามบ่อย ๆ กันว่า “ไปเที่ยวไหนดี” หลายคนคงวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวไว้ล่วงหน้า เพื่อดื่มด่ำรับบรรยากาศลมหนาวที่กำลังเข้ามาแทนช่วงฤดูฝน เตรียมพร้อมแผนการเดินทางท้าลมหนาวชมทะเลหมอกบนยอดภูดอยกับคนพิเศษ และสำหรับใครที่เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองไว้แล้วว่า “หนาวนี้ไปเที่ยวไหนดี” วันนี้เรามี 8 สถานที่เที่ยวรับลมหนาวส่งท้ายปี 2017 แต่ยังไม่มีไอเดีย มีที่ไหนกันบ้างไปดูกันเลยดีกว่า 

  1. ดอยแม่ตะมาน (ป่าเกี๊ยะ) อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

ดอยตะมาน หรือ ป่าเกี๊ยะ (แปลว่าต้นสน) ตั้งอยู่ใน อ.เชียงดาว เป็นหน่วยงานของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งหลายคนที่เคยมาตามล่าดอกพญาเสือโคร่ง สถานที่แห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด เพราะมีฉากหลังเป็นดอยเชียงดาวที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศให้มาเยือน เพราะธรรมชาติโดยรอบยังคงสมบูรณ์มีความเขียวขจี โอบล้อมไปด้วยภูเขา ที่สำคัญในตอนเช้าคุณจะได้พบกับทะเลหมอกขาวนวลพร้อมพระอาทิตย์แสงสีทอง ความสวยงามเกินจะบรรยายนี้บอกได้เลยว่าต้องไปเห็นกับตาสักครั้ง                           การเดินทาง : เนื่องจากเป็นเส้นทางค่อนข้างเอาเรื่องพอตัวสามารถนำรถยนต์ใต้ท้องสูงหรือมอเตอร์ไซค์ขึ้นไปได้เท่านั้น
 2. ม่อนพูนสุดา อุทยานแห่งชาติแม่เมย อ.ท่าสองยาง จ.ตาก
ม่อนพูลสุดาเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกในหุบแม่น้ำเมยที่สวยงามมากแห่งหนึ่งในจังหวัดตาก และยังมีจุดชมวิวทะเลหมอกในบริเวณใกล้ๆ กันอีก 2 แห่งคือ ม่อนกิ่วลมและม่อนครูบาใส สำหรับม่อนพูลสุดาขึ้นชื่อเรื่องการมาชมพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทะเลหมอกและพระอาทิตย์สีเหลืองทอง
การเดินทาง : แหล่งท่องเที่ยวของอุทยานฯ แม่เมยทั้ง 3 จุด สามารถเดินทางเข้าไปชมความสวยงามของธรรมชาติได้อย่างสะดวกโดยรถยนต์ เข้าถึงแทบทุกจุด
3. จุดชมวิวดอยบ่อ (ทะเลหมอกยะฟู) อ.เมือง จ.เชียงราย
จุดชมวิวดอยบ่อ (ทะเลหมอกยะฟู) ห่างจากอำเภอเมืองเชียงรายเพียง 22 กม. เป็นหมูบ้านที่ยังคงวิถีชีวิตในแบบดั่งเดิม จุดชมวิวดอยบ่อ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 945 เมตร จุดชมวิวแห่งนี้มีลานกว้างขวางโดยสามารถมองเห็นทิวทัศน์ตัวเมืองเชียงรายได้อย่างชัดเจน และจุดชมวิวแห่งนี้ยังมองเห็นทะเลหมอกได้แบบพาโนรามาอีกด้วย ทั้งนี้ไม่ห่างจากจุดชมวิวมากนักยังมีหมู่บ้านยะฟู ซึ่งภายในหมู่บ้านมี Home Stay ไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่มาสัมผัสบรรยากาศหนาวเย็นบนอีกด้วย
การเดินทาง : เส้นทางมีความคดเคี้ยวขึ้นเขาสูงชันแต่ยังสามารถเดินทางด้วยรถยนต์และจักรยานยนต์ได้
 4. ภูชี้เพ้อ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน
การเดินทางไปยังภูชี้เพ้อ จากตัวอำเภอขุนยวมคุณต้องตื่นเช้าหน่อยประมาณตี 4.30 เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ซึ่งตั้งอยู่ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอด อ.ขุนยวม ก่อนถึงทุ่งดอกบัวตองแม่อูกอประมาณ 5 กิโลเมตร ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลที่ 1,818 เมตร ภูชี้เพ้อถือเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่ใครหลายๆ คนยังไม่ค่อยรู้จักมากนัก ซึ่งเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและคลื่นทะเลหมอกที่สวยที่สุดอีกที่หนึ่งที่คุณควรไปเลยละ
5. ทะเลหมอกดอยม่อนคลุย อ.ท่าสองยาง จ.ตาก
จากแม่สอดถึงแม่สะเรียง เป็นเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาตินอกจากจะมีอุทยานแห่งชาติแม่เงาและแม่เมยแล้ว ยังมีดอยม่อนคลุยที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่รถยนต์สามารถเข้าถึงและสามารถกางเต็นท์ตรงจุดชมวิวได้ บริเวณพื้นที่ดอยม่อนคลุย จะมีทำเลกางเต็นท์บริเวณจุดชมวิวทางด้านตะวันตกอยู่หลายจุด มีพื้นที่กว้างไปตามลานทุ่งหญ้าและยังหุบทุ่งหญ้า หรือบนเนินอีกหลายจุดที่เหมาะสำหรับกางเต็นท์ สามารถชมวิวในหุบแม่น้ำเมย แต่เมื่อมองย้อนไปทางด้านตะวันออกก็เห็นกลุ่มทะเลหมอกผืนใหญ่แผ่คลุมในหุบขุนน้ำแม่เงา และยังมีทำเลจุดชมวิวมุมสูงก็ได้เห็นเนินทุ่งหญ้าที่อยู่ห่างออกไป
6. ภูผาดัก อ.สังคม จ. หนองคาย
ภูผาดัก อีกสถานที่ชมทะเลหมอกอีกที่หนึ่งในตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย (ทางขึ้นห่างจากภูห้วยอีสัน 3 กม.) การเดินทางต่างจากภูห้วยอีสันคือจะต้องเดินเท้าใช้เวลา 45 นาที จำเป็นต้องมีคนนำทางในพื้นที่เนื่องจากเส้นทางสูงชันสำหรับใครที่เคยมาภูห้วยอีสันแล้วแนะนำ ภูผาดักอีกทางเลือกหนึ่งเพราะมันคุ้มค่ากับการเดินทางมาสัมผัสบรรยากาศกับวิวคลื่นทะเลหมอกที่อยู่ตรงหน้า สอบถามที่พักผู้นำทาง 087 2195500
 7. บ้านกะเหรี่ยงแก่นมะกรูด จ.อุทัยธานี
ใครจะไปคิดว่าไม่ต้องไปเที่ยวไกลถึงเมืองเหนือเพียงขับรถแค่ 3 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ก็เริ่มสัมผัสอากาศเย็นเฉลี่ย 17 องศาเซลเซียสพร้อมดอกไม้เมืองเหนือกันได้แล้ว บ้านแก่นมะกรูดเป็นหมูบ้านเล็กๆ ใน อ.บ้านไร่ จ. อุทัยธานี ด้วยความสูงของที่ตั้งสูงกว่าระดับน้ำทะเล 700-1,400 เมตร เหมือนได้เดินทางไปภาคเหนือทำให้ที่นี่มีอากาศเย็นเกือบตลอดทั้งปี และชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่แถบนี้ยังปลูกดอกไม้เมืองหนาว ไร่กะหล่ำปลี และไร่สตรอเบอร์รี่ เหมือนกับภาคเหนือเช่นกัน
 8. วังน้ำเขียว จ. นครราชสีมา
อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากขับรถเที่ยวไกลหรือด้วยช่วงวันหยุดที่มีจำกัด วังน้ำเขียวยังคงมนตร์เสน่ห์ของธรรมชาติ เมื่อช่วงปลายฝนต้นหนาวเข้ามาเยือน ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ไม่ขาดสาย โดยใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์เพียงแค่ 3 ชั่วโมง จากกรุงเทพฯ คุณก็สามารถพักผ่อนนอนรับลมเย็นและอากาศบริสุทธ์ท่ามกลางผืนป่าได้แล้ว
สำหรับนักเที่ยวที่กำลังมองหาสถานที่เที่ยวช่วงปลายปีหรือใครที่ยังมีวันหยุดพักร้อนอยากจะไปสัมผัสลมหนาวก่อนใคร นี่คือ 8 สถานที่แนะนำที่เอามาฝากเป็นตัวเลือกให้กับคุณ หวังว่าจะโดนใจนักเที่ยวที่กำลังวางแผนหาสถานที่ก่อนออกเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติกัน

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here