โดย : เชษฐา มีมั่งคั่ง 

สงครามทางการค้ากำลังจะเกิดขึ้น ประเทศผู้นำในกลุ่มเสรีนิยมอย่างสหรัฐอเมริกา กำลังเปลี่ยนนโยบายทางการค้า ไปเป็นการปกป้องตนเองโดยการตั้งกำแพงภาษี แต่ประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้นำในกลุ่มคอมมิวนิสต์ กลับมีนโยบายการค้าแบบเสรี

เมื่อเร็วๆ นี้ ประธานาธิบดี โดนัลส์ ทรัมป์ ได้ลงนามกฎหมายฉบับใหม่ โดยขึ้นภาษีนำเข้าจากจีน 1,300 รายการ โดยระบุในทวิตเตอร์ว่าจะเป็นผู้ชนะในเกมส์ครั้งนี้ จากแนวความคิด “Make America Great Again” และ “America First” ซึ่งเน้นการปกป้อง ชาตินิยม ทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อแรงงานชาวสหรัฐ “โลกกำลังกลับทิศ” แสดงว่าทรัมป์ เองก็รู้ตัวว่าสหรัฐอเมริกาไม่ได้ยิ่งใหญ่ เหมือนในอดีตที่ผ่านมากันอีกแล้ว

ราคาหุ้นในตลาด Wall Street กำลังปรับฐาน หลังจากที่ขึ้นมาในหลายปี อย่างไรก็ดี ผู้เขียนยังคงมองการปรับฐานรอบนี้ ตาม Dow theory เป็นแนวโน้มของ Secondary Trend แต่อาจต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน อย่างไรก็ดี สำหรับแนวโน้ม Primary Trend แล้ว ยังเป็นขาขึ้นของตลาดหุ้นอยู่ เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทฯจดทะเบียนในตลาดออกมาดี ตัวเลขอัตราการว่างงานก็ยังคงต่ำอยู่ นโยบายของประธานาธิบดี โดนัลส์ ทรัมป์ เป็นผลดีในระยะสั้น เพื่อให้ได้คะแนนเสียงต่อการเลือกตั้งในสมัยที่ 2 แต่สำหรับในระยะยาวแล้ว นโยบายการตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐนั้น ขัดต่อแนวทางการค้า ซึ่งอาจที่จะมีการรวมตัวกันทั้ง จีน สหภาพยุโรป เม็กซิโก อินเดีย เกาหลีใต้ และไทย ยื่นฟ้องต่อองค์การการค้าโลก(WTO) ได้

ในส่วนของสกุลเงินบาทของประเทศไทย ก็มีแนวโน้มที่จะแข็งค่า เนื่องจากโลกหวั่นเกรงต่อเรื่องของสงครามทางการค้า สกุลเงินดอลลาร์เป็นเงินสกุลเดียวของโลกที่ไม่ได้ผูกไว้ด้วยทองคำ แต่ผูกไว้กับความเชื่อมั้น และความเคยชินที่โลกนำสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ มาใช้เป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนในการซื้อขายสินค้าระหว่างกัน ดอลลาร์ที่อ่อนค่าดีสำหรับผู้นำเข้า แต่ไม่ดีสำหรับผู้ส่งออกถ้าไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงไว้มีโอกาศขาดทุนสูงมาก ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณบางอย่างจากธนาคารกลางของประเทศเยอรมนี ที่ได้ตัดสินใจซื้อเงินหยวนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองระหว่างประเทศกันแล้ว

สำหรับในเรื่องของราคายางพารา ขณะนี้เริ่มลำบากแล้วครับ ปีนี้ฝนฟ้าดี โรงงานส่วนใหญ่ คาดว่าหลังสงกรานต์ ก็จะสามารถกลับมาเปิดกรีดยางกันได้อีกแล้ว แต่สต็อกในโกดัง ทั้งที่จีนและญี่ปุ่นยังเยอะอยู่เลย อีกทั้ง การตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐอาจอยู่ที่ 25% ซึ่งครอบคลุมสินค้าจีนกว่า 1,300 รายการ ทางสหรัฐจะเปิดเผยรายชื่อภายใน 15 วัน จากนั้นจะเปิดรับฟังความเห็นจากภาคธุรกิจและสาธารณะราว 30 วันก่อนจะเริ่มมีผลบังคับใช้ก็คงประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ช่วงนั้นผู้ลงทุนคงปิดพอร์ทลดความเสี่ยงกันไปก่อนแล้ว โอกาสที่ราคาจะลงจึงมีมากกว่าขึ้นครับ ในทางเทคนิคราคายางในตลาดโตเกียว (TOCOM) จะมีแนวรับ 165 และ 145 เยนต่อกิโลกรัมตามลำดับครับ สุดท้ายนี้ผู้เขียนขอให้โชคดีในการลงทุนครับ…

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here