กลุ่มธุรกิจโคคาโคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท โคคาโคล่า (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จแคมเปญ “COKE Foodmarks” ขยายการปักหมุดแลนด์มาร์กร้านอร่อยซ่าคู่โค้กให้ครอบคลุมย่านสตรีทฟู้ดทั่วไทย โดยปัจจุบันได้ปักหมุดไปแล้วกว่า 4,300 ร้านค้า พร้อมตั้งเป้าปักหมุดร้านอาหารทั่วประเทศภายในปีนี้ โดยเฉพาะร้านค้าในตลาด ถนนคนเดิน และย่านสตรีทฟู้ดชื่อดัง ทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต หรือเมืองใหญ่อย่างหัวหินหาดใหญ่ และพัทยา พร้อมเชื่อมต่อผู้บริโภคยุคใหม่ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ ภายใต้แคมเปญ “COKE Foodmarks” เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยของอาหารสตรีทฟู้ดในย่านดังต่าง คู่กับความซ่าสดชื่นของโค้ก

“COKE Foodmarks” เป็นแคมเปญของ โคคาโคล่า ที่จัดขึ้นทั่วโลก เพื่อเชิญชวนให้ผู้บริโภคออกไปเปิดประสบการณ์ความอร่อย เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาสุดพิเศษ และเติมเต็มทุกมื้ออาหารด้วยความอร่อยซ่าของโค้กตอกย้ำความมุ่งมั่นของ โคคาโคล่า ในการเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขของผู้บริโภค โดยแคมเปญ“COKE Foodmarks” ในแต่ละประเทศจะมีรายละเอียดแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของผู้คนในประเทศนั้น สำหรับประเทศไทยซึ่งได้เปิดตัวแคมเปญเป็นที่แรกของภูมิภาคอาเซียนและแปซิฟิกใต้ไปในปี 2567 นั้นสะท้อนถึงความผูกพันอันลึกซึ้งที่แบรนด์มีต่อวัฒนธรรมและอาหารไทยตลอด 75 ปีที่ผ่านมา อีกทั้ง “COKE Foodmarks” ยังเน้นการส่งเสริมวัฒนธรรมการบริโภคอาหารสตรีทฟู้ดที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน รวมถึง โคคาโคล่า ยังได้เข้าไปช่วยโปรโมทร้านผ่านแคมเปญฯ ด้วยการเชื่อมโยงเสน่ห์แบบดั้งเดิมกับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ ผสานแพลตฟอร์มดิจิทัล และกิจกรรมต่าง เข้าด้วยกัน โดยเริ่มต้นปักหมุดความอร่อยที่ 4 ย่านอาหารชื่อดังของไทยได้แก่ ถนนบรรทัดทอง กรุงเทพฯ ถนนนิมมานเหมินท์ เชียงใหม่ ถนน 30 กันยา นครราชสีมา และถนนศาลเจ้าสุราษฎร์ธานี ซึ่งพื้นที่นำร่องเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของแคมเปญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอาหารท้องถิ่นให้คึกคักยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการบริโภคและการท่องเที่ยว

ในปีนี้ โคคาโคล่า ได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเติบโตควบคู่กับชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ด้วยการร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสำนักงานเขตธนบุรี ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการพลิกโฉมร้านสตรีทฟู้ดใต้สะพานรัชดาภิเษก ฝั่งทางรถไฟตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ซึ่งนับว่าอยู่ในย่านประวัติศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้านวัฒนธรรมอาหาร สู่การเป็นแลนด์มาร์กสตรีทฟู้ดแห่งใหม่ด้วยการปรับปรุงพื้นที่สำหรับร้านค้าใต้สะพาน ภายใต้การดูแลของสำนักงานเขตธนบุรีให้สะอาด สวยงาม และเป็นระเบียบ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนและการประชาพิจารณ์ เพื่อให้การปรับปรุงสอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่ และคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของย่านตลาดพลู โดยมุ่งส่งเสริมย่านอาหารสตรีทฟู้ดไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ควบคู่กับการเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านมื้ออร่อยคู่โค้กผ่านแคมเปญ “COKE Foodmarks”

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่ากรุงเทพมหานครสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่มุ่งเน้นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ย่านตลาดพลูไม่เพียงโดดเด่นด้วยวัฒนธรรมอาหารสตรีทฟู้ดที่หลากหลาย แต่ยังเป็นชุมชนเก่าแก่ที่สะท้อนประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของผู้คนฝั่งธนฯ ได้อย่างชัดเจนกรุงเทพมหานครมีความยินดีอย่างยิ่งที่โคคาโคล่า ประเทศไทย ให้ความสำคัญกับการร่วมพัฒนาย่านตลาดพลูให้เป็นย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ชุมชนผ่านแคมเปญ “COKE Foodmarks” โดยทางสำนักงานเขตธนบุรีและกรุงเทพมหานครได้อำนวยความสะดวกในการประสานงานกับผู้ค้าในพื้นที่ จัดสรรพื้นที่ค้าขายอาหารสตรีทฟู้ดให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ยกระดับการดูแลสุขอนามัยที่เหมาะสม ตกแต่งและปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ค้าและชาวบ้านในพื้นที่ว่าตลาดพลูจะได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับการรักษาวิถีชีวิตของชุมชน เพื่อยกระดับสู่อีกหนึ่งหมุดหมายปลายทางของบรรดานักชิมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน และการพัฒนาเมืองอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งเราหวังว่าจะเป็นต้นแบบในการยกระดับชุมชนให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป

ด้าน ฮาน ทเว เพียว ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท โคคาโคล่า ประจำประเทศไทยและลาว กล่าวว่าเรามุ่งมั่นให้โค้กได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในช่วงเวลาที่มีความหมายของผู้บริโภค และเติมเต็มความอร่อยซ่าให้ทุกมื้ออาหารพิเศษยิ่งขึ้น ในฐานะที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า 75 ปี โคคาโคล่า ประเทศไทย รู้สึกผูกพันกับคนไทยรวมไปถึงวัฒนธรรมการกินของคนไทยและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ในปีนี้ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตธนบุรีในการพัฒนาพื้นที่ร้านค้าใต้สะพานรัชดาภิเษก ฝั่งทางรถไฟตลาดพลู เพื่อยกระดับหนึ่งในย่านประวัติศาสตร์ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของวัฒนธรรมอาหาร พร้อมทั้งขอขอบคุณชุมชนและพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำให้ความร่วมมือในครั้งนี้เกิดขึ้นจริง ซึ่งเรายินดีที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนไปกับทุกภาคส่วน ควบคู่กับการรักษาวิถีชีวิตชุมชนริมทางรถไฟ และคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่มีความเป็นมายาวนานกว่า 200 ปี พร้อมช่วยผลักดันให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

พัฒนาย่านสตรีทฟู้ดอันมีเอกลักษณ์ สู่แลนด์มาร์กใหม่ของคนรักอาหาร

โคคาโคล่าได้ออกแบบป้ายแลนด์มาร์กตลาดพลูบนสะพานรัชดาภิเษกขึ้นใหม่ บนแนวคิดที่ผสาน 3 อัตลักษณ์สำคัญของพื้นที่ ทั้งในมิติของคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่มีความเป็นมากว่า 200 ปี การเป็นชุมชนริมทางรถไฟ และวัฒนธรรมไทยจีนที่เป็นเอกลักษณ์ และโดดเด่นด้วยอาหารสตรีทฟู้ดที่หลากหลายมาอย่างยาวนาน โดยโคคาโคล่าทำงานร่วมกับสำนักงานเขตธนบุรีในการจัดพื้นที่ร้านค้าใต้สะพานรัชดาภิเษก ฝั่งทางรถไฟตลาดพลูตามฟังก์ชั่นการใช้งาน ทั้งการจัดระเบียบพื้นที่สำหรับร้านค้า และพื้นที่นั่งรับประทานอาหารให้เหมาะสม ปรับปรุงจุดล้างอุปกรณ์ให้ทันสมัย พร้อมติดตั้งระบบดักไขมัน และจัดระบบการแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพโดยมีจุดทิ้งขยะที่มีการแยกประเภทขยะชัดเจน รวมถึงปรับปรุงระบบแสงสว่างทั่วพื้นที่ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและทัศนวิสัยในเวลากลางคืน

เสริมพลังให้ผู้ค้าท้องถิ่นก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัล พร้อมจับมืออินฟลูเอนเซอร์เสิร์ฟคอนเทนต์ “COKE Foodmarks”

นอกจากการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน แคมเปญนี้ยังมุ่งส่งเสริมแหล่งสตรีทฟู้ดในย่านตลาดพลูให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น ผ่านการสนับสนุนสื่อประชาสัมพันธ์โดยเน้นช่องทางออนไลน์ รวมทั้งให้ความรู้และความช่วยเหลือแก่ผู้ค้าในพื้นที่ด้านการขายอาหารผ่านช่องทางเดลิเวอรี เพื่อเพิ่มช่องทางการค้าขายและมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยร่วมมือกับแอปพลิเคชันเดลิเวอรี Grab เพื่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่

ไม่เพียงเท่านี้ โคคาโคล่า ยังต่อยอดความพิเศษของแคมเปญด้วยการผนึกกำลังกับอินฟลูเอนเซอร์สายอาหารและท่องเที่ยว สร้างสรรค์คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย เชิญชวนผู้บริโภคออกไปลิ้มรสร้านอาหารชื่อดังที่เข้าร่วมแคมเปญในหลากหลายย่านสตรีทฟู้ดทั่วไทย และยังมีศึกวันรวมพลคนนักชิม COKE Foodmarks’ Day” ร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์กว่าร้อยชีวิต เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและบอกต่อเทคนิคการสร้างสรรค์คอนเทนต์ใหม่ ให้กับผู้ติดตาม และยังมีชาเลนจ์การรีวิวร้านอาหารที่เข้าร่วมแคมเปญจากทั่วประเทศควบคู่กับโปรโมชั่นพิเศษมากมายที่เตรียมมามอบให้กับผู้บริโภคในเร็ว นี้

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความอร่อย พร้อมสิทธิพิเศษจาก “COKE Foodmarks”

มาร่วมตามรอยแลนด์มาร์กร้านอร่อยปักหมุดได้ในย่านต่าง ทั่วประเทศ รวมทั้งสามารถสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอรีชั้นนำได้ ไม่ว่าจะเป็น Grab LINEMAN หรือ ShopeeFood โดยผู้บริโภคสามารถค้นหาร้านเด็ด ดูรีวิวเมนูดัง พร้อมดีลพิเศษ และข้อมูลอื่น เกี่ยวกับแคมเปญ COKE Foodmarks ได้ที่ www.coca-cola.com/th/th/offerings/foodmarks