กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – หน่วยธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัท DKSH (ประเทศไทย) จำกัด คู่ค้าชั้นนำสำหรับบริษัทอุปโภคบริโภคในภูมิภาคเอเชีย เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดกับการเปิดบ้านโชว์ศักยภาพของ ‘ศูนย์กระจายสินค้าอุปโภคบริโภค’ หรือ ‘CGDC’ ตั้งอยู่ ณ ถนนบางนา–ตราด กม.20 เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน โดยศูนย์แห่งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการยกระดับซัพพลายเชนสินค้าอุปโภคบริโภคให้มีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำถึงบทบาทของ DKSH ในฐานะพันธมิตรที่น่าเชื่อถือสำหรับแบรนด์ชั้นนำในเอเชีย ซึ่งอยู่เคียงข้างชาวไทยมากว่า 119 ปี ด้วยการนำเทคโนโลยีชั้นนำมาผสานกับประสบการณ์ เพื่อส่งมอบสินค้าคุณภาพไปสู่พื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการดำเนินงานที่แม่นยำและรวดเร็ว
ภายในศูนย์ CGDC มีการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาปรับใช้เพื่อยกระดับความเป็นเลิศในการดำเนินงานและเพิ่มความโปร่งใสในระบบซัพพลายเชน อาทิ แดชบอร์ด KPI แบบเรียลไทม์, เทคโนโลยีการระบุชิ้นสินค้าด้วยคลื่นความถี่วิทยุ(RFID) รวมถึงการตรวจนับสินค้าด้วยโดรน ซึ่งโซลูชันเหล่านี้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์ ติดตาม และบริหารจัดการสต็อกสินค้าได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ DKSH ยังพร้อมมอบบริการเสริมมูลค่า (Value-Added Services) ที่ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า เช่น บริการบรรจุผลิตภัณฑ์ใหม่ (Custom Packing Solutions), บริการติดฉลากสินค้า (Labeling Services) และบริการควบคุมคุณภาพสินค้าตามช่องทางจัดจำหน่าย (Channel-Specific Quality Control) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่คู่ค้าในการบริหารจัดการสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยต่อบุคลากร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการดำเนินงานทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้มาตรฐานสูงสุดระดับสากล ดังนี้ • ISO 9001:2015 ด้านระบบจัดการคุณภาพโลจิสติกส์ • ISO 14001:2015 ด้านระบบจัดการสิ่งแวดล้อม • ISO 45001:2018 ด้านระบบจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน

นรินทร์ รัชนีกรไกรลาศ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายซัพพลายเชน หน่วยธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัท DKSH (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “CGDC ถือเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานซัพพลายเชนของ DKSH ประเทศไทย ผสานระบบปฏิบัติการที่ทันสมัยเข้ากับศักยภาพการกระจายสินค้าที่แข็งแกร่ง เราช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ขยายขีดความสามารถ และตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคให้กับพันธมิตร FMCG ของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยการใช้เทคโนโลยีควบคู่กับประสบการณ์ เพื่อผลักดันการเติบโตของแบรนด์ทั่วประเทศสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ DKSH ที่อยู่เคียงข้างลูกค้าชาวไทยมากว่า 119 ปี”
จากความยั่งยืน สู่การเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบ
ความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญที่สอดแทรกอยู่ในทุกการออกแบบและการดำเนินงานของ CGDC ตั้งแต่การใช้ไฟ LED แบบประหยัดพลังงาน, ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์, คัดแยกขยะ, หมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ ตลอดจนแนวทางการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามความตั้งใจและพันธกิจของ DKSH ในการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน และพิสูจน์ให้เห็นว่าการดูแลสิ่งแวดล้อมและการเพิ่มประสิทธิภาพซัพพลายเชนสามารถพัฒนาควบคู่ไปพร้อมกันได้ โดยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่ CGDC ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 325 ตันต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ถึง14,700 ต้น ความสำเร็จนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ DKSH ได้รับการยกย่องให้เป็น Climate Action Leader 2025 ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการสร้างซัพพลายเชนที่ยั่งยืน
นอกจากนี้ CGDC ยังคว้ารางวัลระดับประเทศด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมหลายรายการ รวมถึงรางวัลด้านความปลอดภัยสูงสุดต่อเนื่อง 7 ปีซ้อน สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของ DKSH ในการให้ความสำคัญกับบุคลากรและสิ่งแวดล้อม พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี พ.ศ. 2573
ด้าน นีล แมคแคน รองประธานฝ่ายบริหารซัพพลายเชน ประเทศไทยและลาว บริษัท DKSH (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “นวัตกรรมและความยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรในระยะยาว
การผสานเอาเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง AI เข้ากับแนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะช่วยให้พันธมิตรของเราสามารถเข้าถึงตลาดได้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และดำเนินธุรกิจได้อย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น ศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ DKSH ในการลงทุนด้านนวัตกรรมที่ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบัน แต่ยังวางรากฐานเพื่อการขยายตลาดอย่างยั่งยืนในอนาคต”

ศูนย์ CGDC เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 และขยายศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีพื้นที่ 65,000 ตร.ม. หรือเทียบเท่า 6 สนามฟุตบอล สามารถรองรับสินค้าได้มากกว่า 5,000 รายการ (SKUs) และมีพื้นที่จัดเก็บ 66,000 พาเลท พร้อมรถขนส่งกว่า 370 คัน เพื่อให้บริการโซลูชันซัพพลายเชนแบบครบวงจร ทั้งสินค้าทั่วไปและสินค้าควบคุมอุณหภูมิ ครอบคลุมจุดกระจายสินค้ากว่า 100 แห่งทั่วประเทศ โดย DKSH มุ่งมั่นลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี เพื่อสร้างคุณค่าที่จับต้องได้ให้แก่พันธมิตร พนักงาน และชุมชน พร้อมเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีซัพพลายเชนโลกไปพร้อมกัน
ตลอดระยะเวลา 160 ปี DKSH มุ่งมั่นสร้างการเติบโตให้แก่บริษัทต่าง ๆ ในเอเชียและตลาดอื่น ๆ ผ่านหน่วยธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพ สินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุประสิทธิภาพสูง และเทคโนโลยี โดยในฐานะผู้นำด้านการให้บริการขยายตลาด (Market Expansion Services) DKSH มอบบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาสินค้า การวิจัยตลาดการตลาดและการขาย อีคอมเมิร์ซ การจัดจำหน่ายและโลจิสติกส์ ไปจนถึงบริการหลังการขาย ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน นอกจากนี้ DKSH ยังเป็นผู้ร่วมลงนามในข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ(UN Global Compact) และดำเนินธุรกิจตามหลักการที่ยึดถือความรับผิดชอบ ปัจจุบัน DKSH จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss Exchange และดำเนินงานใน 36 ประเทศ ด้วยพนักงานผู้เชี่ยวชาญ 28,060 คน โดยสร้างรายได้สุทธิ 11.1 พันล้านฟรังก์สวิสในปี 2567 สำหรับหน่วยธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค DKSH มุ่งเน้นสินค้าหมุนเวียนเร็ว (FMCG) บริการด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์ลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและผิวหนังโดยมีพนักงานผู้เชี่ยวชาญ 14,250 คน และสร้างรายได้สุทธิ 3.4 พันล้านฟรังก์สวิสในปี 2567 www.dksh.com/cg














