“เคเจแอล” สู่ปีที่ 31 ก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 รุกตลาดสากล วางเป้ารายได้แตะ 1,000 ลบ.ในปี 63

“กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค” ก้าวสู่ปีที่ 31 พร้อมก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย กางแผนรับอานิสงส์เปิด EEC เดินหน้าขยายตลาดระดับสากล วางเป้ารายได้แตะ 1,000 ลบ.ภายในปี 63 นายการุณย์ สุจิวโรดม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด หรือ KJLหนึ่งในผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมการผลิต...

PYLON เชื่อ Q4/60 ธุรกิจฟื้นตัวปัจจุบันมี Backlogs ในมือแล้ว 1,100 ลบ.

PYLON คาดแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/2560 ธุรกิจเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากงานภาครัฐ-เอกชน หนุนผลงานฟื้นตัว ปัจจุบันตุน Backlogs ในมือแล้วราว 1,100 ล้านบาท เชื่องานในมือของบริษัทฯ จะส่งผลดีต่อเนื่องถึงปีหน้า สำหรับผลงาน Q3/60 มีกำไรสุทธิ 4.74 ล้านบาท ลดลง 88.60% สาเหตุรายได้จากการให้บริการลดลง ดร.ชเนศวร์ แสงอารยะกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท...

คอนเนอร์ยี เสนอทางออกเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและแก้ปัญหาการดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทยและอาเซียน

คอนเนอร์ยี เผยโซลูชันใหม่ล่าสุดเพื่อช่วยเหลือนักลงทุนและเจ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในการเพิ่มประสิทธิภาพและผลตอบแทนจากการลงทุนที่คุ้มค่าผ่านการปฏิบัติการและการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม หน่วยปฏิบัติการและบริการบำรุงรักษาของคอนเนอร์ยีที่พัฒนาขึ้นใหม่มุ่งเน้นสนับสนุนและช่วยเหลือโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีอยู่แล้วในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนด้วยการดำเนินงานที่ดีขึ้น หน่วยงานนี้เชี่ยวชาญในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเพิ่มประสิทธิภาพแก่ทุกกิโลวัตต์จากการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้ได้มากที่สุด จากการวิเคราะห์ตลาดของคอนเนอร์ยี แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยและภูมิภาคนี้ ข้อบกพร่องทั่วไปในการดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้แก่ การขาดการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real-time) การซ่อมแซมที่ล่าช้า ไม่สามารถหาชิ้นส่วนอะไหล่ได้ ช่างเทคนิคขาดทักษะทำให้ล่าช้าในการระบุและแก้ไขปัญหาความผิดพลาดของโรงไฟฟ้าอย่างเหมาะสม และการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วซึ่งสามารถทำให้ระบบผลิตไฟฟ้าได้น้อยลงเพราะเงาที่มาจากวัชพืชที่รกรุงรัง รวมถึงแผงรับแสงที่สกปรกมากจนเกินไปเพราะมีฝุ่นติดที่แผงโซล่าทำให้ประสิทธิภาพลดลงเช่นกัน คอนเนอร์ยีได้ลงทุนสร้างศูนย์ตรวจสอบและติดตามการทำงานของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้อยู่เพื่อการตรวจสอบประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ในหน่วยปฏิบัติการและบำรุงรักษาเพื่อคอยให้บริการทั้งประเทศไทยและในภูมิภาค เพื่อแก้ปัญหาตามที่กล่าวมาข้างต้น “เราเชื่อว่าโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยบางแห่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ ดังนั้นเราจึงลงทุนในด้านการปฏิบัติการและบำรุงรักษาในธุรกิจของเรา” นายอเล็กซานเดอร์ เลนซ์ ประธานของคอนเนอร์ยี เอเชียแปซิฟิก กล่าว “โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยมีศักยภาพที่ยอดเยี่ยม...

PPN บริษัทในเครือสยามกลการอุตสาหกรรม จับมือ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดอบรมหลักสูตรยกระดับฝีมือแรงงาน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการฝึกอบรมผู้ควบคุมรถฟอร์คลิฟท์

บริษัท พี.พี.เอ็น.โปรเฟสชั่นแนลโอเปอร์เรเตอร์ เซอร์วิส จำกัด (PPN POS) บริษัทในเครือของบริษัทสยามกลการอุตสาหกรรม จำกัด ร่วมกับ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพมหานคร จัดโครงการฝึกอบรมฝีมือแรงงานหลักสูตรยกระดับฝีมือแรงงานสาขา “ผู้ควบคุมรถยกสินค้าขนาดไม่เกิน 10 ตัน (18 ชม.)” หลักสูตรดังกล่าวเหมาะสำหรับอุตสาหกรรมทั่วไปและอุตสาหกรรมด้านโลจิสติกส์-งานคลังสินค้าโดยเฉพาะ เน้นพัฒนาทักษะของผู้ขับ-ควบคุมรถยกตั้งแต่ระดับเริ่มต้นโดยให้ความรู้สอดคล้องกับกฎความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม การเคลื่อนย้ายสินค้าตามใบสั่งงาน รวมถึงความปลอดภัยขณะปฏิบัติงานและการป้องกันอุบัติเหตุ สำหรับผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมจะได้รับใบรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดรับสมัครวันนี้ถึงวันที่ 21...

ทีจีโปร (TGPRO) เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ “ท่อเกลียวสเตนเลส EXTUBA” เจ้าแรกในไทย

ทีจีโปร (TGPRO) เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ “ท่อเกลียวสเตนเลส EXTUBA” เจ้าแรกในไทย บริษัทไทย-เยอรมัน โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) (TGPRO) ผู้นำผลิตท่อและแผ่นสเตนเลสรายใหญ่ จัดงานแถลงข่าว เปิดตัวท่อสเตนเลสนวัตกรรมใหม่ เพิ่มการผลิตได้ 20% คุ้มค่ากับพลังงานที่ใช้ ภายใต้ชื่อ "EXTUBA TURBO TUBE ท่อเพิ่มสมรรถนะการถ่ายเทความร้อน" พร้อมเผยความคืบหน้า เตรียมรุกตลาดเต็มสูบ นำเข้าเครื่องจักรจากอิตาลี...

Stay connected

111FansLike
1,066FollowersFollow
13,549SubscribersSubscribe
- Advertisement -

Block title

Latest article

ทาทา สตีล แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปีการเงิน 2563 (เมษายน-มิถุนายน 2562)

มร.ราจีฟ มังกัล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปีการเงิน 2563 (เมษายน-มิถุนายน 2562) พร้อมชี้แจง การยกเลิกสัญญาการซื้อขายหุ้นระหว่าง TS Global Holdings Pte.Ltd.(ผู้ซื้อหุ้นรายใหญ่) กับ HBIS Group Co., Ltd  ณ  บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  อาคารรสา ทาวเวอร์ 2 ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆนี้  มร.ราจีฟ มังกัล กล่าวถึง สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันว่า  ประเทศไทยยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเล็กน้อยในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นการขาดดุลครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2557 การขาดดุลส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการจ่ายเงินปันผลจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศและความต้องการท่องเที่ยวที่ลดลงไปตามฤดูกาล สถานการณ์ทางการเมืองยังคงอยู่ในความสนใจ ทั้งเรื่องการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ และการผ่านงบประมาณประจำปี 2563 ประเทศไทยยังคงเผชิญกับการชะลอตัวของการบริโภคภายในประเทศ การส่งออก และการท่องเที่ยว เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น...

แลนเซสส์ (LANXESS) รุกโชว์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติกและยางในงาน K 2019 ที่ประเทศเยอรมนี

ระดมทัพ 6 หน่วยธุรกิจจัดแสดงผลิตภัณฑ์สำหรับการเดินทางยุคใหม่ (New Mobility) การเป็นเมือง (Urbanization) และการทำให้เป็นดิจิทัล (Digitalization) กรุงเทพมหานคร - วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562 : แลนเซสส์ (LANXESS) ผู้นำในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษของโลก พร้อมนำเสนอความก้าวหน้าใหม่ ๆ ด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการและเทคโนโลยีของ 6 หน่วยธุรกิจ ที่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมในงาน “K 2019” ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าระหว่างประเทศสำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกและยางจัดขึ้น ณ เมืองดึสเซิลดอร์ฟ(Düsseldorf) ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 16-23 ตุลาคม พ.ศ. 2562 โดยแลนเซสส์ได้จัดสรรพื้นที่ 700 ตารางเมตร เพื่อจัดแสดงผลิตภัณฑ์ด้านการเดินทางยุคใหม่ (New Mobility) การเป็นเมือง (Urbanization) และการทำให้เป็นดิจิทัล (Digitalization) “โซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมทางด้านการเดินทางแบบใหม่และแนวคิดเรื่องเมืองยุคใหม่ กำลังได้รับการพัฒนาและเป็นที่นิยมกันทั่วโลก ซึ่งเป็นแนวโน้มที่มีความสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างมากสำหรับเราและลูกค้าของเรา  เรากำลังมุ่งพัฒนาโซลูชั่นและเทคโนโลยีวัสดุที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับเทรนด์ดังกล่าวนี้ และยังมุ่งเน้นไปที่ความเป็นไปได้ใหม่ในเรื่องการทำให้เป็นดิจิทัล” มร. ฮิวเบิร์ต ฟินค์ (Hubert Fink) สมาชิกคณะผู้บริหารของแลนเซสส์ กล่าว โดยในงานนี้ แลนเซสส์ได้ระดม 6 หน่วยธุรกิจจากทั้งหมด 11 หน่วยธุรกิจของแลนเซสส์ได้แก่ -...

สภาอุตฯ ผนึกความร่วมมือ 4 องค์กรชั้นนำระดับโลก ผลักดันภาคอุตสาหกรรมสู่ไทยแลนด์ 4.0

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี และนวัตกรรมทั้งด้านการค้าการลงทุนและภาคการผลิต สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตระหนักถึงความสำคัญของพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมๆ ไปกับการสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ซึ่งมีความจำเป็นในการแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ๆ และความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญ และในฐานะของตัวแทนผู้ประกอบอุตสาหกรรมภาคเอกชน มีบทบาทส่งเสริมนักอุตสาหกรรม เผยแพร่ข้อมูล และเป็นแหล่งกลางสำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ต่อวงการอุตสาหกรรม จึงจับมือกับ 4 องค์กรชั้นนำระดับโลก ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย การให้คำปรึกษาด้านธุรกิจการลงทุน และการประชาสัมพันธ์ ได้แก่ บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย ที่ปรึกษาธุรกิจ จำกัด บริษัท PwCประเทศไทย จำกัด และเฟลชแมน ฮิลลาร์ด ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมและยกระดับภาคอุตสาหกรรมของไทยให้ก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 และสอดรับกับนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ 4 องค์กรระดับโลกว่าเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยและยกระดับขีดความสามารถในด้านการแข่งขัน “ทุกวันนี้องค์ความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ ไปกับการพัฒนาของเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ด้งนั้น ผู้ประกอบจะต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อนำมาปรับใช้กับการประกอบธุรกิจสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จึงต้องมีพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มาสนับสนุนองค์ความรู้เชิงลึก เพื่อยกระดับความสามารถด้านการแข่งขันและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย  ซึ่งพันธมิตรของเราทั้ง 4 องค์กร ต่างได้รับการยอมรับในระดับโลก จะมาช่วยสนับสนุนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในการขับเคลื่อนทิศทางภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อก้าวสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” พร้อมกับพัฒนาระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน” ศ. (พิเศษ) กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ บ. เบเคอร์แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทให้คำปรึกษาชั้นนำด้านกฎหมายอันดับหนึ่งของประเทศไทย กล่าวว่า ในยุคดิจิทัลมีธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย สิ่งที่ตามมาก็คือประเด็นกฎหมายที่หลากหลายและซับซ้อน จึงจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทยต้องให้ความสำคัญการวางแผนกฎหมายอย่างรอบคอบ “ต้องยอมรับว่ากระแสเทคโนโลยีดิสรัปชั่น ส่งผลต่อวงการธุรกิจอย่างมาก บางธุรกิจแทบตั้งตัวไม่ทัน การทำธุรกิจในทุกวันนี้ จึงจำเป็นที่ต้องเตรียมรับมือกับความเสี่ยงในทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน การมีที่ปรึกษาทางกฎหมายเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยเบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ เรามีองค์ความรู้และนักกฎหมายที่จะช่วยผู้ประกอบการวางแผน เพิ่มความระมัดระวังในการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล พร้อมสนับสนุนและให้คำแนะนำด้านกฎหมายกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในการผลักดันโครงการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนที่จะเป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมไทย” นายเจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคพีเอ็มจีภูมิไชย ที่ปรึกษาธุรกิจ จำกัด ซึ่งได้รับความไว้วางใจและความมั่นใจในระดับโลก ด้านบริการสอบบัญชี ให้คำปรึกษาด้านภาษีและกฎหมาย และคำแนะนำด้านการบริหารธุรกิจและการลงทุน เป็นพันธมิตรที่สำคัญของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จะสนับสนุนองค์ความรู้ในด้านการทำธุรกิจในอาเซียน โดยเฉพาะการค้าการลงทุน ซึ่งมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในภาพรวม กล่าวว่า “ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัล ความต้องการของผู้บริโภค การลงทุนที่มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งนวัตกรรมและเครื่องมือทางการเงินใหม่ๆ ส่งผลให้แต่ละองค์กรจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก ผู้ประกอบการไทยจะสามารถคงความเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียนและมีบทบาทสำคัญระดับโลกภายใต้นโยบายผลักดัน “ไทยแลนด์ 4.0” ได้ จำเป็นต้องมีความพร้อมที่จะตอบสนองและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านั้น ด้วยประสบการณ์การให้บริการและความเชี่ยวชาญด้านการสอบบัญชี ด้านภาษีและกฎหมาย และด้านที่ปรึกษาธุรกิจควบคู่ไปกับเครือข่ายที่แข็งแรงทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน ทำให้เคพีเอ็มจีประเทศไทย สามารถให้คำปรึกษา สนับสนุน และเป็นผู้เชี่ยวชาญทางธุรกิจ ที่เดินเคียงข้างไปกับอุตสาหกรรมไทย เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนในยุคดิจิทัล เราพร้อมที่จะเป็นกำลังในการขับเคลื่อนให้ไทยแลนด์ 4.0 ควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมไทย” นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหารและหุ้นส่วน บริษัท PwC ประเทศไทย หนึ่งในเครือข่ายบริษัทผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบบัญชี บริการให้คำปรึกษาด้านภาษีและกฎหมาย และบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจครอบคลุม 158 ประเทศทั่วโลก กล่าวว่า “การขยายตลาดและการลงทุนไปยังต่างประเทศ ถือเป็นหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจไทย ซึ่ง PwC ในฐานะหนึ่งในองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญทั้งทางด้านบัญชี กฎหมายและภาษี ที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบความร่วมมือต่างๆ มีความยินดีที่จะให้การสนับสนุนและส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ แก่ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นการลงทุน สิทธิประโยชน์ทางภาษี การบัญชี และอื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในส่วนที่เกี่ยวกับการค้าและ การลงทุนระหว่างประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) หรือความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ได้อย่างเต็มศักยภาพ รวมไปถึงการให้ความรู้ในการเปลี่ยนผ่านองค์กรไปสู่ดิจิทัล นอกจากนี้ เรายังมุ่งเน้นที่จะให้ความรู้ด้านกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นหัวใจของการทำธุรกิจในโลกยุคปัจจุบันด้วย” “เราหวังว่า การที่ PwC ได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในพี่เลี้ยงที่จะช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านโครงการพี่ช่วยน้องในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมให้วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อยของไทยได้upscale ตัวธุรกิจ และนำความรู้ที่ได้มาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มในด้านต่างๆ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของธุรกิจไทย โดยเฉพาะ SME ในการแข่งขันโดยรวมของไทย ให้แข็งแกร่งยั่งยืนและทัดเทียมกับต่างประเทศต่อไป” ด้าน นางสาวโสพิส เกษมสหสิน รองประธานอาวุโส พารต์เนอร์และผู้จัดการทั่วไป เฟลชแมน ฮิลลาร์ด ประเทศไทย ซึ่งเป็นเอเจนซีด้านการประชาสัมพันธ์และดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งชั้นนำระดับโลก มีความเชี่ยวชาญในการวางกลยุทธ์การสื่อสาร โดยนำช่องทางต่างๆ มาใช้เพื่อให้การสื่อสารองค์กรได้รับการบูรณาการและเกิดความทรงพลังกล่าวถึงการสื่อสารในยุคดิจิทัลที่มีความสำคัญต่อธุรกิจและองค์กรซึ่งการที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยรับบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางเผยแพร่ข้อมูล และส่งเสริมพัฒนานักอุตสาหกรรม จำเป็นต้องวางกลยุทธ์การสื่อสาร เพื่อให้ตอบโจทย์เป้าหมายขององค์กรในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย “การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีทำให้พฤติกรรมการบริโภคสื่อของผู้คนในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ธุรกิจและองค์กรจึงต้องปรับตัวเป็นอย่างมากเพื่อก้าวให้ทันผู้บริโภคในยุคนี้ โดยการประยุกต์ใช้เครื่องมือที่หลากหลายเพื่อใช้วางกลยุทธ์การสื่อสาร และนำช่องทางการสื่อสารใหม่ๆ มาใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือขององค์กรให้เกิดกับผู้บริโภคอีกด้วย ในฐานะเอเจนซีผู้นำด้านประชาสัมพันธ์และดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง ระดับโลก ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารแบบครบวงจรเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เฟลชแมน ฮิลลาร์ด ประเทศไทย มีความพร้อมในการให้คำปรึกษาและสนับสนุนก้าวใหม่ของสภาอุตสาหกรรมฯ ในการยกระดับกลยุทธ์ในการสื่อสารภาพลักษณ์ทั้งภายในและภายนอกองค์กรและขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับยุคสมัยแห่งดิสรัปชั่นให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” ทั้งนี้ ความร่วมมือและหุ้นส่วนในการส่งเสริมองค์ความรู้จาก 4 องค์กรชั้นนำระดับประเทศ จะช่วยสนับสนุนสภาอุตสาหกรรมและตอกย้ำบทบาทและภารกิจสำคัญของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในการส่งเสริมและพัฒนาการประกอบอุตสาหกรรมสู่เป้าหมายการยกระดับภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความผันผวนของการค้าการลงทุนและเศรษฐกิจโลก ที่ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจต้องตั้งรับและปรับตัวได้ทันท่วงที