แลนเซสส์ (LANXESS) พลิกโฉมธุรกิจ ติดตั้งระบบดิจิทัลในโรงงานทั่วโลก

กรุงเทพ ฯ - วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2563 : แลนเซสส์ (LANXESS) ผู้นำของโลกด้านตลาดเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ มุ่งมั่นก้าวสู่อนาคตด้วยการผลักดันให้โรงงานต่าง ๆ ในเครือ ได้นำระบบดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการผลิตมากขึ้น แลนเซสส์ได้นำระบบการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุกรมเวลาแบบบริการได้ด้วยตนเอง (self-service analytics system for time-series data) มาใช้ในหลาย ๆ โรงงานในเครือทั้งหมดทั่วโลก เกือบสองในสามของโรงงานทั้งหมดในจำนวน 120 แห่งได้ติดตั้งแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ข้อมูลแบบบริการได้ด้วยตนเองภายใต้ชื่อ TrendMiner ของบริษัท Software AG ครอบคลุมโรงงานการผลิตที่สำคัญทั้งหมดในประเทศเยอรมนี เบลเยียม สหรัฐอเมริกาและอินเดีย มีเพียงโรงงานขนาดเล็กที่มีกระบวนการผลิตที่ไม่ซับซ้อนเท่านั้นที่ไม่ได้นำซอฟต์แวร์วิเคราะห์ดังกล่าวนี้เข้ามาใช้ การใช้ซอฟต์แวร์ TrendMiner ช่วยให้พนักงานฝ่ายผลิตสามารถวิเคราะห์กระบวนการผลิตและข้อมูลจากการวัดทั้งหลายได้ด้วยตนเอง สามารถตรวจสอบรูปแบบและแนวโน้มของข้อมูลเหล่านั้นและตรวจจับความผิดปกติในกระบวนการผลิต โดยนำมาใช้ในงานส่วนหลัก ๆ ได้แก่ การเพิ่มกำลังการผลิต การบำรุงรักษาแบบคาดการณ์ล่วงหน้า (predictive maintenance) การปรับปรุงคุณภาพในการผลิตหรือการใช้วัตถุดิบและพลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประสิทธิภาพสูงขึ้น ภายใต้ค่าใช้จ่ายที่ลดลง Jörg Hellwig ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัล (Chief Digital Officer) ของแลนเซสส์ กล่าวเน้นถึงความได้เปรียบในเชิงธุรกิจที่แลนเซสส์ได้รับว่า “การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเชิงดิจิทัลในกระบวนการผลิตเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของเราอย่างชัดเจน การทดสอบกับ TrendMiner ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าประสบความสำเร็จตั้งแต่นำมาติดตั้งใช้งานเริ่มแรก ขณะนี้แลนเซสส์ได้ใช้ประโยชน์จากศักยภาพของกระบวนการผลิตที่มี TrendMiner ซึ่งช่วยให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นทั่วทั้งกลุ่มบริษัท” ในโครงการเริ่มแรก (initial projects) แลนเซสส์สามารถเพิ่มการใช้กำลังการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญในโรงงานที่ถูกเลือกมาทดลอง ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ทั้งนี้พบว่าการใช้ TrendMiner ในกระบวนการผลิต  ส่งผลให้โรงงานบางแห่งสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึงหลักแสนยูโร การพลิกโฉมธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (digital transformation) ของแลนเซสส์ยังช่วยพัฒนาพนักงานอีกด้วย ในเรื่องนี้ Hellwig กล่าวว่า “ความสามารถในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัลถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักเคมีและวิศวกรเคมีในอนาคต...

แลนเซสส์ (LANXESS) ตั้งเป้าปลอดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี พ.ศ.2583 (ค.ศ.2040)

กรุงเทพมหานคร วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2562 – แลนเซสส์ (LANXESS) ผู้นำในตลาดเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษได้กำหนดเป้าหมายความมุ่งมั่นของตนที่จะช่วยปกป้องสภาพภูมิอากาศ โดยภายในปี พ.ศ.2583 (ค.ศ.2040) กลุ่มแลนเซสส์ตั้งเป้าที่จะบรรลุความเป็นกลางต่อสภาพภูมิอากาศ (climate neutral) และจะกำจัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ในปริมาณเทียบเท่ากับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2e) ลงประมาณ 3.2 ล้านตันของระดับปัจจุบัน โดยภายในปี พ.ศ.2573 (ค.ศ.2030) แลนเซสส์จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ถึง...

Medical Plastic Devices: Design, Development, Processing, Regulations, Emerging Markets and Case Studies

This training program is a specialized program focusing on medical plastic devices, aimed for everyone involved with medical plastics devices such as medical grade...

แลนเซสส์ (LANXESS) ตอกย้ำการพัฒนาเป็นเมืองอย่างยั่งยืน ในงาน CHINACOAT

กรุงเทพมหานคร, วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 – แลนเซสส์ (LANXESS) จะร่วมจัดแสดงหลากหลายผลิตภัณฑ์ของตนในงาน CHINACOAT 2019 โดยมุ่งโฟกัสไปที่แนวโน้มหลัก ได้แก่ การกลายเป็นเมือง (urbanization) และการพัฒนาคุณภาพให้สูงขึ้น แลนเซสส์จะจัดแสดงเทคโนโลยีและโซลูชั่นล่าสุดของ 4 หน่วยงานได้แก่ หน่วยงานเม็ดสีอนินทรีย์ (Inorganic Pigments:IPG), หน่วยงานผลิตภัณฑ์การปกป้องวัสดุ (Material Protection Products: MPP), RheinChemie (RCH) และ Urethane Systems (URE) ภายในงานจะมีผู้เชี่ยวชาญของแลนเซสส์ มากล่าวให้ความรู้ทางเทคนิค 3 ช่วงเวลา ช่วงแรกในวันที่ 18 พฤศจิกายน เวลา 13:30-15:30 น. ช่วงที่ 2 และ 3 ในวันที่ 19 พฤศจิกายน ระหว่างเวลา 10:30-11:00 น. และ 14:00-14:30 น. เม็ดสีคุณภาพสูงจาก "โรงงานสีเขียว" เพื่อให้เหมาะกับการเติบโตของเมืองในประเทศจีน จุดเด่นของแลนเซสส์ในงาน CHINACOAT 2019 จะเป็นการแสดงกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่จะช่วยในการปกป้องสีและสารเคลือบผิวซึ่งได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบตามสลากสีเขียว (Green Label) ของอุตสาหกรรมการเคลือบผิวในประเทศจีน สารกันเสีย (preservatives) ที่นำมาแสดงในงานทั้งแบบบรรจุในกระป๋อง (in-can) และแบบแผ่นฟิล์ม (dry-film) จะแสดงให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมเหนือกว่าสารกันเสียทั่วไป กลุ่มผลิตภัณฑ์ Bayferrox เกรดใหม่ทั้งหมด ผลิตขึ้นที่โรงงานในเมืองหนิงโป (Ningbo) ประเทศจีน โดยโรงงานแห่งนี้ได้รับใบรับรอง "โรงงานสีเขียวแห่งชาติ" จากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ในปี 2018...

Thailand Plastics Industry Snapshot September 2019

โดย นายศตพร  สภานุชาต สถาบันพลาสติก เศรษฐกิจไทย กันยายน 2019 ยังคงไม่สู้ดีนัก…ตามรายงานของกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า การส่งออกไทยในภาพรวมเดือนกันยายนนี้เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาหดตัวที่ -1.39% ภาพรวมการส่งออกสะสม 9 เดือน หดตัวเช่นเดียวกันในอัตรา -2.11% เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกในปี 2019 ที่ซบเซาอย่างต่อเนื่องโดยมีประเด็นด้าน Trade war และ Brexit เป็นปัจจัยกระทบหลัก อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยในเดือนกันยายนนี้ กลับปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนที่ผ่านมาในอัตรา +3.2% เป็นผลจากแนวโน้มที่ดีขึ้นของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ที่มีสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น ทำให้ความตึงเครียดด้านเศรษฐกิจบรรเทาลงได้บ้าง ในทางกลับกัน ทิศทางราคาเม็ดพลาสติกภาพรวมยังคงอ่อนตัวอย่างต่อเนื่องจากระดับอุปสงค์ภายในและภายนอกประเทศที่เบาบาง แต่ทั้งนี้ ผู้ผลิตเม็ดในแต่ละภูมิภาคยังคงมีความพยายามในการปรับราคาเม็ดพลาสติกให้สูงขึ้นผ่านกิจกรรมการกระตุ้นตลาดอย่างระมัดระวัง ภาวะการผลิตเม็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติกภายในประเทศที่สะท้อนจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Manufacturing Production Index: MPI) ชะลอตัวในทุกรายการลดลงต่อเนื่อง 2 เดือนติดต่อกัน รวมถึงดัชนีการส่งสินค้า (Shipment Index) ที่ชะลอตัวลงต่อเนื่องในทิศทางเดียวกัน ในขณะที่ดัชนีสินค้าสำเร็จรูปคงคลัง (Inventory Index) กลับปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณสะท้อนถึงการลดลงของระดับอุปสงค์ทั้งภายในและภายนอกประเทศในช่วงเวลานี้อย่างชัดเจน ด้านการส่งออกเม็ดพลาสติกเดือนกันยายน...

รุกเปิดตัว PLASTKET.COM พลาสติกอีคอมเมิร์ซแพลทฟอร์มรายแรกในประเทศไทย พัฒนารูปแบบการซื้อ-ขายเม็ดพลาสติกครบวงจร มุ่งดัน SMEs ไทย ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลาสติกไทย

ไอพอลิเมอร์ บริษัทในเครือ ไออาร์พีซี (IRPC) จับมือร่วมกับจีน ทุ่มเงินในไทยกว่า ร้อยล้านบาท สร้าง PLASTKET.COM พลาสติกอีคอมเมิร์ซแพลทฟอร์ม (Plastic E-Commerce platform) รายแรกในประเทศไทย เปิดโอกาสให้ทุกแบรนด์นำเม็ดพลาสติกมาจำหน่ายบนแพลทฟอร์ม สร้างทางเลือกให้ผู้ประกอบการ SMEs พลาสติกทั่วประเทศ มุ่งเป้าสร้างยอดขายเริ่มต้นจำนวน 100,000 ตัน เป็นรายได้กว่า 4,000 ล้านบาท ในปี 2563 พร้อมขยายแพลทฟอร์มสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปีหน้า PLASTKET.COM เป็นพลาสติกอีคอมเมิร์ซแพลทฟอร์ม (Plastic E-Commerce platform) ที่นำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการพัฒนารูปแบบการซื้อขายเม็ดพลาสติก สารเคมีและผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปและสำเร็จรูปให้ง่ายขึ้น โดยเปิดโอกาสให้ผู้ขายนำเม็ดพลาสติกจากหลากหลายแบรนด์มาจัดจำหน่าย เพื่อสร้างตัวเลือกที่หลากหลายทั้งด้านคุณภาพและราคาให้กับผู้ซื้อ บริการซื้อ-ขาย เม็ดพลาสติกออนไลน์ บริการจัดส่งสินค้า บริการสินเชื่อการค้า และบริการด้านความรู้เชิงวิชาการ งานวิจัย ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลของนวัตกรรมล่าสุดเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการพลาสติก SMEs ทั่วประเทศ ไกรศรี ภัณฑ์กิจนิรันดร กรรมการผู้จัดการ...

Thailand Plastics Industry Snapshot July 2019

โดย นายศตพร  สภานุชาต สถาบันพลาสติก ราคาเม็ดพลาสติกเริ่มฟื้นตัวจากเดือนที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้ว จากมาตรการขยายเวลาการเข้าควบคุมปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลกของกลุ่ม OPEC และ Non OPEC รวมถึงแนวโน้มการลดลงของปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ จากความต้องการบริโภคน้ำมันภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ระดับอุปสงค์เม็ดพลาสติกในตลาดเอเชียกลับมาฟื้นตัว โดยเฉพาะประเทศจีนที่ภาคการผลิตเริ่มมีคำสั่งซื้อสินค้าใหม่กลับเข้ามามากกว่าเดือนก่อน ส่งผลให้ระดับอุปทานเม็ดพลาสติกภาพรวมปรับลดลง ความเคลื่อนไหวตัวเลขดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมหมวดเม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติกโดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เดือนกรกฎาคม 2019 บ่งชี้ว่าการผลิตเม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติกเริ่มฟื้นตัวตามอุปสงค์ตลาดส่งออกที่กลับมาขยายตัวได้ในเดือนนี้ มูลค่าการส่งออกเม็ดพลาสติกขยายตัวจากเดือนที่ผ่านมาในอัตรา +6.3% จากการส่งออกไปประเทศจีน และกลุ่มประเทศอาเซียนที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเทียบในมิติ YoY มูลค่าการส่งออกเม็ดพลาสติกยังคงติดลบถึง -10.6% แต่การส่งออกเชิงปริมาณกลับขยายตัวได้ที่ +13.8% ด้วยสาเหตุจากระดับราคาเม็ดพลาสติกเฉลี่ยที่คงตัวในระดับต่ำเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาถึง -20.3% ส่งผลให้ภาคมูลค่าเกิดการหดตัวที่ชัดเจน ทางด้างการส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติก ขยายตัวจากเดือนที่ผ่านมาได้เล็กน้อยในอัตรา +1.6% จากการส่งออกไปยังตลาดหลักอย่าง ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ได้มากขึ้นในอัตรา +2.1% และ +5.1% ตามลำดับ สำหรับตลาดอื่นๆ ส่วนใหญ่ยังคงทรงตัวอยู่ เป็นผลจากการถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม นอกจากปัจจัยระดับราคาเม็ดพลาสติกในปีนี้ที่เคลื่อนไหวในแนวต่ำแล้ว ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีทิศทางถดถอยอย่างชัดเจน...

3 สถาบัน มั่นใจ อุตฯยาง-พลาสติก ยังเติบโตรับภาคผลิตไทย ชี้ พลาสติกคอมโพสิท โต 10 เท่า รับกลุ่ม 5 อุตฯ แห่งอนาคต

สถาบันพลาสติกแห่งประเทศไทย ศูนย์วิจัยเทคโนโลยียาง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมไทยคอมโพสิท มั่นใจการเติบโตของอุตสาหกรรม “พลาสติก – ยาง” โดยปริมาณการผลิตเม็ดพลาสติกในปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 11.46 ล้านตัน และมีแนวโน้มขยายตัวเหนือจีดีพีประเทศเล็กน้อยที่ 3.9-4.0% ในขณะที่ปริมาณการผลิตยางในปีที่ผ่านมาอยูที่ราว5 ล้านตัน อย่างไรก็ตามด้าน “พลาสติกคอมโพสิท” มีแนวโน้มความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นมากถึง 10 เท่า โดยเฉพาะใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ อากาศยาน ยานยนต์สมัยใหม่ ระบบรางรถไฟฟ้า ฯลฯ นอกนี้เพื่อแสดงศักยภาพและความต้องการของตลาดที่ยังคงมีอีกมาก เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย ผู้จัดแสดงงานด้านอุตสาหกรรมได้เตรียมจัดงาน“ทีพลาส 2019”  มหกรรมเทรดแฟร์สุดยิ่งใหญ่ด้าน “พลาสติก – ยาง” ที่ระหว่างวันที่ 18 – 21 กันยายน 2562 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ นายคงศักดิ์ ดอกบัว รองผู้อำนวยการสถาบันพลาสติกแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตพลาสติกที่สำคัญของโลก โดยมีมูลค่าเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมพลาสติกในปี 2561 สูงถึง 1.1 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 7.28% ของจีดีพีโดยประมาณ หรือมีปริมาณการผลิตเม็ดพลาสติกในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 11.46 ล้านตัน ปัจจัยหลักมาจากความต้องการใช้พลาสติกในการผลิตใน...

แก้วพลาสติกชีวภาพจากอ้อยและน้ำตาลทราย

สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ร่วมกับสถาบันพลาสติก กระทรวงอุตสาหกรรม จัดกิจกรรมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชีวภาพจากอ้อยและน้ำตาลทรายที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำร่องมอบแก้วพลาสติกชีวภาพให้แก่หน่วยงานในกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อสร้างการรับรู้และส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 ณ ห้องประชุม ชั้น 1 อาคารสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย นางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (ลอน.) กล่าวว่า จากการส่งเสริมของภาครัฐที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยส่งเสริมให้เกิดการยกระดับอุตสาหกรรมในทุกภาคส่วน โดยใช้เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้ตอบโจทย์กับการเปลี่ยนแปลงของโลกอุตสาหกรรม โดย สอน. ได้ร่วมมือกับสถาบันพลาสติก พัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพจากพืชเศรษฐกิจของไทยอย่าง “อ้อย” ให้สามารถแปรรูปเป็นพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ แก้วน้ำพลาสติกชีวภาพ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายอีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำในอีกหนึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพ จากเดิมที่อ้อยสามารถผลิตได้เพียงน้ำตาลเท่านั้น ให้สามารถพัฒนาและต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้ จึงได้จัดกิจกรรมเปิดตัวแก้วพลาสติกชีวภาพที่ผลิตจากอ้อยและน้ำตาลทรายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม...

สอท. นำร่องโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติก ตั้งเป้า 5 ปี นำขยะหมุนเวียนกลับมาใช้ได้ทั้งหมด

ปัญหาขยะพลาสติกในทะเล เป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่สะสมมานาน จนกระทั่งในปี 2015 จากการศึกษาของ Jenna Jambeck, PhD. อาจารย์ด้านวิศกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ได้ทำการจัดอันดับประเทศที่ทิ้งขยะลงสู่ทะเลมากที่สุด ผลการศึกษาพบว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ทิ้งขยะลงสู่ทะเลมากที่สุดเป็นอันดับที่ 6 ของโลก โดยประเทศ 10 อันดับแรก ได้แก่ ประเทศจีน, อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, ศรีลังกา, ไทย, อียิปต์, มาเลเซีย,ไนจีเรียและบังคลาเทศ ทำให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หน่วยงาน/องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆได้เริ่มตีแผ่บทความเกี่ยวกับปัญหาขยะพลาสติก,ขยะทะเล และไมโครพลาสติก ที่ส่งผลต่อชีวิตของสัตว์ทะเลระบบนิเวศวิทยา และยังส่งผลต่อสุขภาพของมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เนื่องจากคุณสมบัติของพลาสติกที่มีน้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่นสูงและราคาถูก ทำให้มีการใช้พลาสติกในผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้เกิดการใช้พลาสติกที่มากเกินความจำเป็นและพฤติกรรมการใช้อย่างไม่รับผิดชอบของมนุษย์ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้โลกประสบปัญหามลพิษจากขยะพลาสติกโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่มีระบบจัดการขยะมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพ ภาครัฐบาล จึงต้องออกมาตรการต่างๆเพื่อใช้จัดการและยับยั้งปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ ภาคเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะผู้ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมพลาสติก ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงผู้แปรรูปวัตถุดิบได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และเห็นว่าการแก้ไขปัญหานี้จะดำเนินการโดยฝ่ายใดฝ่ายนึงมิได้ ทุกฝ่ายต้องมีส่วนรับผิดชอบร่วมกันและต้องสร้างความร่วมมืออย่างเข้มเข็ง ทั้งจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ...

Stay connected

114FansLike
1,066FollowersFollow
14,700SubscribersSubscribe
- Advertisement -

Block title

Latest article

ด่วน! มาเลเซียเลื่อนเปิดด่านปาดังฯ ดีเดย์ 7 เม.ย. นี้

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้รับแจ้งจากประเทศมาเลเซีย ขอเลื่อนการเปิดด่านส่งออกปาดังเบซาร์ เป็นวันที่ 7 เมษายน 2563 นี้ นายขจรจักษณ์ นวลพรมสกุล รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กระทรวงต่างประเทศ มาเลเซียทำหนังสือถึงสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยชี้แจงว่า การเปิดบริการด่านระหว่าง 2 ประเทศ (มาเลเซียและไทย) คือ  ด้านเปอริสและด้านปาดังส์เบซาร์ จ.สงขลา  จะเปิดดำเนินการได้ ในวันที่ 7 เมษายน  2563...

เร่งประสานมาเลเซีย เปิดด่านปาดังเบซาร์ หวังเพิ่มช่องทางการส่งออกให้ผู้ประกอบการยางพารา

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เร่งประสานประเทศมาเลเซียให้เปิดด่านปาดังเบซาร์ เพื่อส่งออกวัตถุดิบยางพารา หวังเพิ่มช่องทางการส่งออกเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการยางพารา ช่วงสถานการณ์วิกฤตจากไวรัส COVID – 19 ในขณะนี้ สืบเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัส COVID - 19 ในประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้ประเทศมาเลเซียมีการควบคุมการเข้าออกประเทศ และมีการปิดด่านนำเข้าและส่งออก โดยเริ่มตั้งวันที่ 18 มีนาคม – 12 เมษายน 2563 โดย กยท. ได้เร่งหารือกับสถานกงสุลมาเลเซีย และสมาคมผู้ผลิตถุงมือยางของมาเลเซีย ได้ผลว่า ทางรัฐบาลมาเลเซียอนุญาตเปิดด่านนำเข้าน้ำยางข้นจากประเทศไทยได้นั้น ล่าสุด นายขจรจักษณ์ นวลพรมสกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้าบริหาร รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กยท. ได้ประสานไปยังประเทศมาเลเซีย เพื่อขอให้มีการเปิดด่านปาดังเบซาร์เพิ่ม...

แลนเซสส์ (LANXESS) บรรลุเป้าที่ตั้งไว้ในปี 2019 แม้เผชิญภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน

กรุงเทพฯ, วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 - แลนเซสส์ (LANXESS) บริษัทเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษประกาศความสำเร็จในการดำเนินงานของปีการเงิน 2019 แม้จะเผชิญสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน โดยEBITDA จากการดำเนินงานตามปกติเพิ่มขึ้น 3.3 เปอร์เซ็นต์เป็น 1.019 พันล้านยูโร ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่าง 1 พันล้านยูโรถึง 1.05 พันล้านยูโรตามที่ได้เคยแจ้งการประมาณการณ์ไว้ ส่วนปีการเงิน 2018 ที่ผ่านมาบริษัทมี EBITDA ที่ 986 ล้านยูโร สำหรับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งเป็นของกลุ่มธุรกิจสารตัวกลางขั้นสูง (Advanced Intermediates) กลุ่มธุรกิจสารเติมแต่งชนิดพิเศษ (Specialty Additives) และกลุ่มธุรกิจสารเคมีประสิทธิภาพสูง (Performance Chemicals) เข้ามาชดเชยรายได้ที่ลดลงของกลุ่มธุรกิจวัสดุวิศวกรรม (Engineering Materials) เนื่องจากความต้องการในอุตสาหกรรมยานยนต์ลดลง และได้รับผลกระทบในเชิงบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ได้เปรียบโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ EBITDA Margin จากการดำเนินงานตามปกติของทั้งปีสูงถึง 15 เปอร์เซ็นต์นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของบริษัทเทียบกับ 14.4 เปอร์เซ็นต์ในปีที่แล้ว “ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยากลำบากในปี 2019 เราต้องยืนหยัดสู้กับการทดสอบจริงเป็นครั้งแรกหลังจากการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ แต่แลนเซสส์กลับสามารถทำกำไรได้มากขึ้นและมีเสถียรภาพมากขึ้นกว่าเดิม” คุณแมตเธียส แซกเชิร์ต  (Matthias Zachert) ประธานคณะผู้บริหารของ LANXESS AG กล่าว “ แม้ในช่วงเวลาที่ท้าทายเช่นนี้เรายังสามารถเพิ่มอัตรากำไรของเราจนสร้างสถิติใหม่และสร้างความแข็งแกร่งให้ฐานทางการเงินของเรา สำหรับโครงการการเติบโตใหม่ในปี 2020 เราจะทุ่มเทให้กับธุรกิจในกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ปกป้องผู้บริโภคที่มีอัตรากำไรสูงและแสวงหาธุรกิจใหม่ ๆ โดยเฉพาะในตลาดเทคโนโลยีแบตเตอรี่” ณ วันที่...