บอร์ดตั้ง รองสุนันท์ นั่งแท่นรักษาการผู้ว่าการ กยท. คนล่าสุด

เมื่อที่ 13 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้จัดประชุมคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 9/2562 มีมติเห็นชอบให้ นายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านบริหาร ขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยคนล่าสุด หลังนายศิริรุจ จุลกะรัตน์ กรรมการ กยท. ผู้แทนจากกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ กยท. ว่าไม่สามารถเข้ารับตำแหน่งดังกล่าวได้ ซึ่งคณะกรรมการเห็นควรให้ นายสุนันท์ นวลพรหมสกุล ขึ้นรักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เนื่องจากมีประสบการณ์การทำงาน มีความรอบรู้ และความเชี่ยวชาญเรื่องยางพารา และทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกร...

กลุ่มศรีตรังฯ สุดเจ๋ง ได้รับการรับรองมาตรฐาน FSC™ บริษัทยางพาราแบบครบวงจรรายแรกของโลก

เป็นที่น่าภาคภูมิใจของบริษัทคนไทยในวงการยาง เมื่อกลุ่มบริษัทศรีตรัง ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล FSC™ (Forest Stewardship Council™) ทั้งประเภท FSC-FM(Forest Management Certification)มาตรฐานการจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืน และ FSC-COC (Chain-of-Custody Certification)มาตรฐานการจัดการห่วงโซ่ผลิตภัณฑ์ ถือเป็นบริษัทยางพาราแบบครบวงจรรายแรกของโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน FSC ครบทั้งห่วงโซ่ผลิตภัณฑ์น้ำยางอย่างแท้จริง ตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำสวนยางจนไปถึงธุรกิจปลายน้ำถุงมือยางทางการแพทย์ และเป็นผู้นำในการผลักดันอุตสาหกรรมยางพาราไทยจนถึงอุตสาหกรรมถุงมือยางไทยเติบโตสู่มาตรฐานระดับโลก วีรสิทธิ์  สินเจริญกุล  กรรมการบริหาร บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) (“STA”) กล่าวว่า “กลุ่มบริษัทศรีตรังมีนโยบายที่มุ่งสู่การเป็นผู้นำองค์กรแห่งยางสีเขียวแบบครบวงจรอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด โดยเรามีระบบการบริหารจัดการด้านสังคม สิ่งแวดล้อมตั้งแต่จุดเริ่มต้นแหล่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่สามารถมั่นใจได้ถึงคุณภาพมาตรฐานระดับโลก อีกทั้งยังสอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล  FSC™หรือ Forest Stewardship Council ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่สนับสนุนการจัดการด้านสังคมสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดย FSC มีทั้งประเภท FM (Forest Management) และ CoC (Chain-of-Custody) จากระบบการรับรองที่เข้มงวดและมีความโปร่งใส ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง FSC จะต้องถูกตรวจสอบตลอดห่วงโซ่อุปทาน...

กยท. ขานรับนโยบาย รมว.กษ. กำหนดมาตรการเร่งด่วนช่วยชาวสวนยาง

กยท. รับนโยบาย รมว.กษ. เร่งกำหนดมาตรการช่วยชาวสวนยาง ประเดิมโครงการแรกประกันรายได้เกษตรกร เสนอวิธีจัดการสต็อกยางนำไปทำพลังงานหรือผลิตภัณฑ์ใช้ในประเทศ พร้อมปฏิรูปการทำงานเชิงรุก ยกระดับฐานข้อมูลเป็นศูนย์กลางด้านยางพารา เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2562 นายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านบริหาร เผยหลังประชุมรับนโยบายจาก นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมว.กษ.) พร้อมคณะที่เดินทางมาตรวจเยี่ยม กยท. ว่า วันนี้ได้รายงานข้อมูลการดำเนินงานตามภารกิจ และพูดคุยถึงปัญหาอุปสรรคที่ส่งผลต่อการดำเนินโครงการสำคัญของ กยท. ซึ่ง รมว.กษ. เน้นย้ำให้ กยท.สานต่อโครงการต่างๆ ที่ทำให้ส่งยางออกนอกระบบได้ พร้อมกำชับให้มีการวางแผนระยะยาว เพื่อป้องกันไม่ให้ยางพาราล้นตลาด แนะการเอาเงินของรัฐมาใช้พยุงราคายางต้องมีระบบหรือกระบวนการชัดเจน ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจาก 3 ภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อหาแนวทางและข้อตกลงร่วมกัน ประเดิมโครงการแรกประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง โดยมอบหมายให้ กยท.เตรียมข้อมูล เพื่อร่วมประชุมวางแผนกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการดำเนินงานโครงการในวันอังคารที่ 13 สิงหาคม นี้ คาดใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป สำหรับยางพาราในสต๊อกจากโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางและโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง ได้มีการหารือถึงวิธีการจัดการ โดยเอาไปทำพลังงานหรือนำไปทำผลิตภัณฑ์ เช่น เสาหลักนำทาง เสาแบ่งเลน ยางชะลอความเร็ว อุปกรณ์งานทาง พื้นสนาม ฯลฯ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์เพราะวัตถุดิบยางมีอยู่แล้ว ซึ่งจะส่งผลบวกต่อราคายาง อย่างไรก็ตาม ต้องขึ้นอยู่กับมติคณะรัฐมนตรี ...

เปิดระบบทดสอบความรู้การใช้วัตถุอันตราย 3 ชนิด แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ก่อนมีมาตรการจำกัดการซื้อ – ขาย 20 ตุลาคมนี้

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดระบบตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนทดสอบการใช้วัตถุอันตราย 3 ชนิด ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ก่อนมีมาตรการจำกัดการใช้ 20 ตุลาคมนี้ นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านธุรกิจและปฏิบัติการ เปิดเผยว่า ขณะนี้ กยท. ได้จัดทำระบบตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนทดสอบการใช้วัตถุอันตราย 3 ชนิด ตามมาตรการจำกัดการใช้วัตถุอันตราย ได้แก่ ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส และพาราควอต เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางที่มีความจำเป็นต้องใช้สารเคมีดังกล่าว กำจัดวัชพืชในสวนยางตนเอง เข้าตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการทดสอบผ่านทางระบบอิเล็คทรอนิกส์ ณ ที่ทำการของ กยท....

ชี้สินค้านวัตกรรมเป็นความหวังขับเคลื่อนส่งออกโต ยางพารา ยังตอบโจทย์ความต้องการเดิมในตลาดใหม่

EXIM BANK ชี้ส่งออกไทยครึ่งหลังปี 2562 มีความหวังอยู่ในกลุ่มสินค้าไทยที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก ประกอบกับกลยุทธ์กระจายตลาดไปยังตลาดใหม่และพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ขณะที่ EXIM BANK เร่งสนับสนุนผู้ส่งออก โดยเฉพาะSMEs ให้เริ่มต้นและขยายธุรกิจได้มากขึ้น โดยเงินให้สินเชื่อคงค้างแก่ลูกค้าSMEs โตก้าวกระโดด 69% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เป็นผลจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ รวมทั้งการบ่มเพาะผู้ประกอบการไทยให้เป็นผู้ส่งออกรายใหม่ได้มากขึ้น นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกปี 2562 มูลค่าส่งออกของไทยหดตัวถึง 2.9% เป็นผลของสงครามการค้าที่ยังยืดเยื้อระหว่างสหรัฐฯ-จีน ทำให้สินค้าส่งออกของไทยในห่วงโซ่การผลิตและพึ่งพาตลาดจีนสูงหดตัวต่อเนื่อง อาทิ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เม็ดพลาสติก จากสถานการณ์ดังกล่าว หลายหน่วยงานรวมทั้ง EXIM BANK ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของมูลค่าส่งออกของไทยในปี 2562 โดยคาดว่าจะขยายตัว0.2% การส่งออกของไทยในครึ่งหลังปี 2562 มีความหวังอยู่ในกลุ่มสินค้าดาวรุ่งที่มีมูลค่าส่งออกขยายตัวสูงต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมาท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งไทยมีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะอาหารแปรรูป ผักและผลไม้ เครื่องดื่ม เครื่องปรุงรส เครื่องสำอาง ขณะเดียวกันหลายสินค้าก็ได้อานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่ช่วยประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์ความเป็นไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก อาทิ อาหาร สมุนไพร และของใช้ในครัวเรือนนอกจากนี้ยังมี กลุ่มสินค้าที่ได้อานิสงส์จากสงครามการค้า โดยสินค้าไทยที่ผลิตคล้ายกับสินค้าจีนสามารถแทรกตัวเข้าไปเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดสหรัฐฯ อาทิ ยางล้อ ของเล่น เครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า...

อธิบดีกรมวิทย์ ฯ ลงพื้นที่ จ. สงขลา ติดตามการดำเนินงานยกระดับผลิตภัณฑ์ยางให้กับผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และ SMEs

เมื่อเร็วๆนี้ นางอุมาพร สุขม่วง อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ พร้อมคณะ ร่วมตรวจติดตาม และประเมินผลความสำเร็จการดำเนินงานโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์ยางเพื่อการส่งออก สนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และกลุ่มผู้ผลิตยางและผลิตภัณฑ์ยางให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานสากล ในพื้นที่ จ. สงขลา 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท ไทยชวนรับเบอร์ จำกัด ตำบลพังลา อำเภอสะเดา  และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปยางพาราด่านประกอบ ตำบลประกอบ อำเภอนาะกอบ ตำบลประกอบ...

STGT คว้ารางวัล อย.ควอลิตี้ อวอร์ด ประจำปี 2562

เมื่อเร็วๆ นี้ วิทย์นาถ สินเจริญกุล กรรมการ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาขน) ("STGT") เข้ารับมอบรางวัล อย. ควอลิตี้ อวอร์ด ประจำปี 2562 ในประเภทสถานประกอบการด้านเครื่องมือแพทย์ รางวัลต่อเนื่อง 4 ปีขึ้นไป จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ณ...

กยท. สถาปนาครบรอบ 4 ปี ชูนวัตกรรม – งานวิจัยยางเชิงพาณิชย์ มุ่งพัฒนาระบบยางพาราอย่างมั่นคงยั่งยืน

เมื่อวันที่ 15 ก.ค.62 ที่ผ่านมา  การยางแห่งประเทศไทย ได้จัดงานวันสถาปนาการยางแห่งประเทศไทย ครบรอบปีที่ 4 โชว์ผลงานนวัตกรรมยางพาราสร้างมูลค่าเพิ่ม และจัดแสดงผลงานวิจัยยางพาราต่อยอดเชิงพาณิชย์ พร้อมก้าวสู่ปีที่ 5 มุ่งมั่นพัฒนาระบบยางพาราสู่ความมั่นคงอย่างยั่งยืน นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยในฐานะประธานในพิธี กล่าวว่า ตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา การยางแห่งประเทศไทย (กยท.)ในฐานะองค์กรกลางบริหารจัดการยางพารา ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มุ่งเน้นส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนายางพาราระบบ โดยบูรณาการร่วมกับภาคเกษตรกร/สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ผู้ประกอบกิจการยาง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงการยางพาราเพื่อให้วงการยางพาราไทยมีความเติบโต ก้าวหน้าและยั่งยืนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิต การแปรรูป และการพัฒนานวัตกรรมเชิงพาณิชย์ ผลักดันไปสู่ภาคอุตสาหกรรม ด้วยการยกระดับการผลิตสู่มาตรฐานสากล ได้แก่ GMP/GAP, FSC, มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เป็นต้น ตลอดจนการแก้ไขปัญหายางพาราในภาพรวมของประเทศให้บรรลุผลสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง โครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ การดำเนินงานเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา พัฒนาระบบบริหารโรงงานยางพาราทั้ง 6...

เร่งยกระดับโรงงานยาง 6 แห่ง สู่มาตรฐาน ISO 9001:2015 พร้อมหนุนชาวสวนยางขายวัตถุดิบให้มากขึ้น

กยท. เดินหน้าการบริหารจัดการระบบโรงงาน ทั้ง 6 แห่งของ กยท. สู่มาตรฐานสากล ISO 9001:2015 รับรองโดย บริษัท บูโรเวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด บรรลุความต้องการและคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพิ่มความเชื่อมั่นต่อยางพาราแปรรูปไทยให้เป็นที่ยอมรับระดับสากล พร้อมหนุนชาวสวนยางเพิ่มช่องทางการขายวัตถุดิบในปริมาณที่มากขึ้น นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ดำเนินการแปรรูปยางจากน้ำยางที่รับซื้อจากเกษตรกรชาวสวนยาง ผ่านโรงงานแปรรูปยาง ทั้ง 6 โรงงาน(กองจัดการโรงงาน 1-6) ซึ่งขณะนี้ทุกโรงงานของ กยท. ได้รับการตรวจประเมินแล้ว มีความสอดคล้องกับข้อกำหนดตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ในด้านคุณภาพการบริหารจัดการระบบการผลิตที่องค์กรธุรกิจทั่วโลกให้ความสำคัญ โดย กยท. ได้รับใบรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 จากบริษัท บูโรเวอริทัส เซอติฟิเคชั่น จำกัด “การได้รับรองมาตรฐาน ISO9001:2015 มีขอบข่ายครอบคลุม...

กยท. ย้ำ! การรับรอง “น้ำยางพาราผสมสารผสมเพิ่มและสารผสมเพิ่ม” เพื่อความมั่นใจของผู้จัดจ้าง มิได้บังคับทางกฎหมาย

กยท. ย้ำชัด การรับรองมาตรฐาน “น้ำยางพาราผสมสารผสมเพิ่มและสารผสมเพิ่ม” สำหรับทำถนนดินซีเมนต์ปรับปรุงคุณภาพด้วยยางธรรมชาติเป็นไปตามข้อแนะนำของ สตง. เนื่องจากเป็นวัสดุชนิดใหม่และมีผลโดยตรงต่อมาตรฐานหรือข้อกำหนด เปิดรับรองเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานที่จัดจ้าง แต่มิได้มีผลบังคับทางกฎหมายบริษัทผู้ผลิตน้ำยางผสมสารผสมเพิ่มจะตรวจรับรองจากหน่วยงานใดย่อมได้ ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างคู่สัญญาด้วยกันเท่านั้น แต่ถนนที่สร้างต้องได้คุณภาพตามมาตรฐานกรมทางหลวงกำหนด นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ขอชี้แจงทำความเข้าในการดำเนินโครงการ  1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตรว่า โครงการเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มปริมาณการใช้ยางในประเทศ ทำให้ราคายางมีเสถียรภาพ และส่งผลดีต่อเกษตรกรชาวสวนยางโดยตรง เป็นการนำน้ำยางพารามาใช้ในการสร้างถนนพาราซอยด์ซีเมนต์ในหมู่บ้าน ซึ่งจากที่ประชุมเมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา ได้มีข้อคิดเห็นจากผู้แทนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน : สตง. เห็นควรมีการรับรองคุณภาพมาตรฐานวัสดุที่ใช้ในการทำถนนพาราซอยซีเมนต์ ซึ่งได้แก่ น้ำยางผสมสารผสมเพิ่มและสารผสมเพิ่ม เนื่องจากเป็นวัสดุชนิดใหม่และมีผลโดยตรงต่อมาตรฐานหรือข้อกำหนดของถนนชนิดนี้ เพื่อให้หน่วยงานที่เป็นผู้จัดจ้างทำถนน อาทิ กรมชลประทาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบล เป็นต้น เกิดความเชื่อมั่นในคุณภาพวัสดุว่าจะเป็นไปตามคู่มือแนะนำการก่อสร้างถนนดินซีเมนต์ปรับปรุงคุณภาพด้วยยางธรรมชาติ สำหรับงานท้องถิ่นของกรมทางหลวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณารับรองมาตรฐานวัสดุผลิตภัณฑ์ “นำ้ยางพาราผสมสารผสมเพิ่ม” เจตนาเพื่อรับรองบริษัทที่มีผลงานเป็นมาตรฐานที่ยอมรับโดยทั่วกัน แต่มิได้บังคับให้ที่หน่วยงานใดจะต้องมาซื้อกับบริษัทที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการชุดนี้ ทั้งนี้ หากบริษัทใดสามารถผลิตน้ำยางพาราผสมสารผสมเพิ่มได้ตามมาตรฐานของหลักวิศวกรรมที่คู่มือกำหนดไว้...

Stay connected

111FansLike
1,066FollowersFollow
13,549SubscribersSubscribe
- Advertisement -

Block title

Latest article

ทาทา สตีล แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปีการเงิน 2563 (เมษายน-มิถุนายน 2562)

มร.ราจีฟ มังกัล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปีการเงิน 2563 (เมษายน-มิถุนายน 2562) พร้อมชี้แจง การยกเลิกสัญญาการซื้อขายหุ้นระหว่าง TS Global Holdings Pte.Ltd.(ผู้ซื้อหุ้นรายใหญ่) กับ HBIS Group Co., Ltd  ณ  บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  อาคารรสา ทาวเวอร์ 2 ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆนี้  มร.ราจีฟ มังกัล กล่าวถึง สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันว่า  ประเทศไทยยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเล็กน้อยในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นการขาดดุลครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2557 การขาดดุลส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการจ่ายเงินปันผลจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศและความต้องการท่องเที่ยวที่ลดลงไปตามฤดูกาล สถานการณ์ทางการเมืองยังคงอยู่ในความสนใจ ทั้งเรื่องการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ และการผ่านงบประมาณประจำปี 2563 ประเทศไทยยังคงเผชิญกับการชะลอตัวของการบริโภคภายในประเทศ การส่งออก และการท่องเที่ยว เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น...

แลนเซสส์ (LANXESS) รุกโชว์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติกและยางในงาน K 2019 ที่ประเทศเยอรมนี

ระดมทัพ 6 หน่วยธุรกิจจัดแสดงผลิตภัณฑ์สำหรับการเดินทางยุคใหม่ (New Mobility) การเป็นเมือง (Urbanization) และการทำให้เป็นดิจิทัล (Digitalization) กรุงเทพมหานคร - วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562 : แลนเซสส์ (LANXESS) ผู้นำในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษของโลก พร้อมนำเสนอความก้าวหน้าใหม่ ๆ ด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการและเทคโนโลยีของ 6 หน่วยธุรกิจ ที่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมในงาน “K 2019” ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าระหว่างประเทศสำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกและยางจัดขึ้น ณ เมืองดึสเซิลดอร์ฟ(Düsseldorf) ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 16-23 ตุลาคม พ.ศ. 2562 โดยแลนเซสส์ได้จัดสรรพื้นที่ 700 ตารางเมตร เพื่อจัดแสดงผลิตภัณฑ์ด้านการเดินทางยุคใหม่ (New Mobility) การเป็นเมือง (Urbanization) และการทำให้เป็นดิจิทัล (Digitalization) “โซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมทางด้านการเดินทางแบบใหม่และแนวคิดเรื่องเมืองยุคใหม่ กำลังได้รับการพัฒนาและเป็นที่นิยมกันทั่วโลก ซึ่งเป็นแนวโน้มที่มีความสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างมากสำหรับเราและลูกค้าของเรา  เรากำลังมุ่งพัฒนาโซลูชั่นและเทคโนโลยีวัสดุที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับเทรนด์ดังกล่าวนี้ และยังมุ่งเน้นไปที่ความเป็นไปได้ใหม่ในเรื่องการทำให้เป็นดิจิทัล” มร. ฮิวเบิร์ต ฟินค์ (Hubert Fink) สมาชิกคณะผู้บริหารของแลนเซสส์ กล่าว โดยในงานนี้ แลนเซสส์ได้ระดม 6 หน่วยธุรกิจจากทั้งหมด 11 หน่วยธุรกิจของแลนเซสส์ได้แก่ -...

สภาอุตฯ ผนึกความร่วมมือ 4 องค์กรชั้นนำระดับโลก ผลักดันภาคอุตสาหกรรมสู่ไทยแลนด์ 4.0

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี และนวัตกรรมทั้งด้านการค้าการลงทุนและภาคการผลิต สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตระหนักถึงความสำคัญของพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมๆ ไปกับการสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ซึ่งมีความจำเป็นในการแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ๆ และความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญ และในฐานะของตัวแทนผู้ประกอบอุตสาหกรรมภาคเอกชน มีบทบาทส่งเสริมนักอุตสาหกรรม เผยแพร่ข้อมูล และเป็นแหล่งกลางสำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ต่อวงการอุตสาหกรรม จึงจับมือกับ 4 องค์กรชั้นนำระดับโลก ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย การให้คำปรึกษาด้านธุรกิจการลงทุน และการประชาสัมพันธ์ ได้แก่ บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย ที่ปรึกษาธุรกิจ จำกัด บริษัท PwCประเทศไทย จำกัด และเฟลชแมน ฮิลลาร์ด ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมและยกระดับภาคอุตสาหกรรมของไทยให้ก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 และสอดรับกับนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ 4 องค์กรระดับโลกว่าเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยและยกระดับขีดความสามารถในด้านการแข่งขัน “ทุกวันนี้องค์ความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ ไปกับการพัฒนาของเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ด้งนั้น ผู้ประกอบจะต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อนำมาปรับใช้กับการประกอบธุรกิจสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จึงต้องมีพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มาสนับสนุนองค์ความรู้เชิงลึก เพื่อยกระดับความสามารถด้านการแข่งขันและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย  ซึ่งพันธมิตรของเราทั้ง 4 องค์กร ต่างได้รับการยอมรับในระดับโลก จะมาช่วยสนับสนุนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในการขับเคลื่อนทิศทางภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อก้าวสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” พร้อมกับพัฒนาระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน” ศ. (พิเศษ) กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ บ. เบเคอร์แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทให้คำปรึกษาชั้นนำด้านกฎหมายอันดับหนึ่งของประเทศไทย กล่าวว่า ในยุคดิจิทัลมีธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย สิ่งที่ตามมาก็คือประเด็นกฎหมายที่หลากหลายและซับซ้อน จึงจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทยต้องให้ความสำคัญการวางแผนกฎหมายอย่างรอบคอบ “ต้องยอมรับว่ากระแสเทคโนโลยีดิสรัปชั่น ส่งผลต่อวงการธุรกิจอย่างมาก บางธุรกิจแทบตั้งตัวไม่ทัน การทำธุรกิจในทุกวันนี้ จึงจำเป็นที่ต้องเตรียมรับมือกับความเสี่ยงในทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน การมีที่ปรึกษาทางกฎหมายเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยเบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ เรามีองค์ความรู้และนักกฎหมายที่จะช่วยผู้ประกอบการวางแผน เพิ่มความระมัดระวังในการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล พร้อมสนับสนุนและให้คำแนะนำด้านกฎหมายกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในการผลักดันโครงการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนที่จะเป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมไทย” นายเจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคพีเอ็มจีภูมิไชย ที่ปรึกษาธุรกิจ จำกัด ซึ่งได้รับความไว้วางใจและความมั่นใจในระดับโลก ด้านบริการสอบบัญชี ให้คำปรึกษาด้านภาษีและกฎหมาย และคำแนะนำด้านการบริหารธุรกิจและการลงทุน เป็นพันธมิตรที่สำคัญของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จะสนับสนุนองค์ความรู้ในด้านการทำธุรกิจในอาเซียน โดยเฉพาะการค้าการลงทุน ซึ่งมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในภาพรวม กล่าวว่า “ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัล ความต้องการของผู้บริโภค การลงทุนที่มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งนวัตกรรมและเครื่องมือทางการเงินใหม่ๆ ส่งผลให้แต่ละองค์กรจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก ผู้ประกอบการไทยจะสามารถคงความเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียนและมีบทบาทสำคัญระดับโลกภายใต้นโยบายผลักดัน “ไทยแลนด์ 4.0” ได้ จำเป็นต้องมีความพร้อมที่จะตอบสนองและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านั้น ด้วยประสบการณ์การให้บริการและความเชี่ยวชาญด้านการสอบบัญชี ด้านภาษีและกฎหมาย และด้านที่ปรึกษาธุรกิจควบคู่ไปกับเครือข่ายที่แข็งแรงทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน ทำให้เคพีเอ็มจีประเทศไทย สามารถให้คำปรึกษา สนับสนุน และเป็นผู้เชี่ยวชาญทางธุรกิจ ที่เดินเคียงข้างไปกับอุตสาหกรรมไทย เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนในยุคดิจิทัล เราพร้อมที่จะเป็นกำลังในการขับเคลื่อนให้ไทยแลนด์ 4.0 ควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมไทย” นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหารและหุ้นส่วน บริษัท PwC ประเทศไทย หนึ่งในเครือข่ายบริษัทผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบบัญชี บริการให้คำปรึกษาด้านภาษีและกฎหมาย และบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจครอบคลุม 158 ประเทศทั่วโลก กล่าวว่า “การขยายตลาดและการลงทุนไปยังต่างประเทศ ถือเป็นหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจไทย ซึ่ง PwC ในฐานะหนึ่งในองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญทั้งทางด้านบัญชี กฎหมายและภาษี ที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบความร่วมมือต่างๆ มีความยินดีที่จะให้การสนับสนุนและส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ แก่ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นการลงทุน สิทธิประโยชน์ทางภาษี การบัญชี และอื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในส่วนที่เกี่ยวกับการค้าและ การลงทุนระหว่างประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) หรือความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ได้อย่างเต็มศักยภาพ รวมไปถึงการให้ความรู้ในการเปลี่ยนผ่านองค์กรไปสู่ดิจิทัล นอกจากนี้ เรายังมุ่งเน้นที่จะให้ความรู้ด้านกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นหัวใจของการทำธุรกิจในโลกยุคปัจจุบันด้วย” “เราหวังว่า การที่ PwC ได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในพี่เลี้ยงที่จะช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านโครงการพี่ช่วยน้องในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมให้วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อยของไทยได้upscale ตัวธุรกิจ และนำความรู้ที่ได้มาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มในด้านต่างๆ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของธุรกิจไทย โดยเฉพาะ SME ในการแข่งขันโดยรวมของไทย ให้แข็งแกร่งยั่งยืนและทัดเทียมกับต่างประเทศต่อไป” ด้าน นางสาวโสพิส เกษมสหสิน รองประธานอาวุโส พารต์เนอร์และผู้จัดการทั่วไป เฟลชแมน ฮิลลาร์ด ประเทศไทย ซึ่งเป็นเอเจนซีด้านการประชาสัมพันธ์และดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งชั้นนำระดับโลก มีความเชี่ยวชาญในการวางกลยุทธ์การสื่อสาร โดยนำช่องทางต่างๆ มาใช้เพื่อให้การสื่อสารองค์กรได้รับการบูรณาการและเกิดความทรงพลังกล่าวถึงการสื่อสารในยุคดิจิทัลที่มีความสำคัญต่อธุรกิจและองค์กรซึ่งการที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยรับบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางเผยแพร่ข้อมูล และส่งเสริมพัฒนานักอุตสาหกรรม จำเป็นต้องวางกลยุทธ์การสื่อสาร เพื่อให้ตอบโจทย์เป้าหมายขององค์กรในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย “การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีทำให้พฤติกรรมการบริโภคสื่อของผู้คนในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ธุรกิจและองค์กรจึงต้องปรับตัวเป็นอย่างมากเพื่อก้าวให้ทันผู้บริโภคในยุคนี้ โดยการประยุกต์ใช้เครื่องมือที่หลากหลายเพื่อใช้วางกลยุทธ์การสื่อสาร และนำช่องทางการสื่อสารใหม่ๆ มาใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือขององค์กรให้เกิดกับผู้บริโภคอีกด้วย ในฐานะเอเจนซีผู้นำด้านประชาสัมพันธ์และดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง ระดับโลก ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารแบบครบวงจรเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เฟลชแมน ฮิลลาร์ด ประเทศไทย มีความพร้อมในการให้คำปรึกษาและสนับสนุนก้าวใหม่ของสภาอุตสาหกรรมฯ ในการยกระดับกลยุทธ์ในการสื่อสารภาพลักษณ์ทั้งภายในและภายนอกองค์กรและขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับยุคสมัยแห่งดิสรัปชั่นให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” ทั้งนี้ ความร่วมมือและหุ้นส่วนในการส่งเสริมองค์ความรู้จาก 4 องค์กรชั้นนำระดับประเทศ จะช่วยสนับสนุนสภาอุตสาหกรรมและตอกย้ำบทบาทและภารกิจสำคัญของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในการส่งเสริมและพัฒนาการประกอบอุตสาหกรรมสู่เป้าหมายการยกระดับภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความผันผวนของการค้าการลงทุนและเศรษฐกิจโลก ที่ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจต้องตั้งรับและปรับตัวได้ทันท่วงที