จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “เฉลิมขวัญข้าวไทย ใต้ร่มพระบารมี” กิจกรรมคู่ขนาน Thailand Rice Convention 2019

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับคณะผู้จัดงาน Thailand Rice Convention 2019  จัดนิทรรศการคู่ขนาน “เฉลิมขวัญข้าวไทย ใต้ร่มพระบารมี”ร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พร้อมเชิญชวนประชาชนและผู้สนใจเข้าชม ฟรี วันที่ 29-31 พฤษภาคม ศกนี้ ระหว่างเวลา 10.00 น.-20.00...

รัฐ-เอกชน ผนึกกำลังขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ เตรียมจัดงาน Smart City Solution Week 2019

กรุงเทพฯ - เมสเซ่ แฟรงค์เฟิร์ต ประกาศความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ในการจัด Smart City Solution Week 2019 ครั้งแรกในไทย นำงานแสดงสินค้า 3 แบรนด์ ซีเคียวเทค ไทยแลนด์ ไทยแลนด์ ไลท์ติ้ง แฟร์ และไทยแลนด์ บิลดิ้ง แฟร์...

กระทรวงอุตฯ โชว์ผลสำเร็จโครงการไทยเด่น และ CIV เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานราก

กรุงเทพฯ 13 มีนาคม 2562 - กระทรวงอุตสาหกรรม สานพลังชุมชน โชว์ผลสำเร็จ ดึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานราก สร้างความยั่งยืนสู่ชุมชน พร้อมจับมือเครือข่ายภาครัฐและเอกชน เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์และบริการชุมชน โดยส่งเสริมการใช้ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี หวังยกระดับเชื่อมโยงสู่สากล ดร.สมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แสดงปาฐกถาพิเศษ พร้อมทั้ง กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการว่า กระทรวงอุตสาหกรรม มีแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลตามแนวทางประชารัฐภายใต้โมเดล “ประเทศไทย 4.0” คือ มุ่งเน้นการพัฒนาโดยตั้งอยู่บนฐานของความได้เปรียบเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ประเทศไทยมีอยู่เดิมนำมาต่อยอดด้วยองค์ความรู้ทางเทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Village; CIV) ควบคู่ไปกับการพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมมีมาตรการต่าง ๆ ในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนทุกระดับ ตั้งแต่เศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) ให้สามารถก้าวไปสู่ระดับ SMEs เพื่อรองรับตลาดการท่องเที่ยวชุมชน จึงได้ดำเนินโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Village; CIV) หรือหมู่บ้าน CIV แล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน โดยมีหมู่บ้านที่ผ่านการพัฒนาแล้วกว่า...

อียู ยกระดับการพัฒนาการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

โครงการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากสหภาพยุโรป (EU) เพื่อดำเนินงานด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความปลอดภัยในภาคการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ในประเทศกัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา เวียดนามและไทย บรรลุเป้าในการช่วยเหลือและสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) กว่า 500 ราย ให้สามารถประหยัดเชื้อเพลิงและเกิดการขับขี่ที่ปลอดภัย มีระบบการขนส่งสินค้าอันตรายที่ปลอดภัย มีการพัฒนาแผนธุรกิจสำหรับการเข้าถึงบริการทางการเงิน ตลอดจนเกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการขนส่งสีเขียว ตลอดระยะเวลา 3 ปีของการดำเนินงาน (ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2559 - มกราคม 2562) โครงการได้ฝึกอบรม SMEs จำนวน 513 รายในภูมิภาค ซึ่งครอบคลุมพนักงานขับรถบรรทุกมากกว่า 600 คน ส่งผลให้เกิดการประหยัดเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยร้อยละ 15.90 สำหรับรถหนักวิ่งเปล่า และร้อยละ 16.86 สำหรับรถหนักบรรทุกสินค้าในส่วนที่เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าอันตราย โครงการฯ ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงคมนาคมของประเทศเป้าหมายต่างๆ เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบและข้อบังคับ ส่งผลให้กระทรวงคมนาคมและการสื่อสารของประเทศเมียนมาสามารถออกกฏกระทรวงได้ทั้งหมด 6 ฉบับอย่างเป็นทางการ ขณะที่กระทรวงของประเทศเวียดนาม กัมพูชาและสปป. ลาว กำลังแก้ไขพระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าอันตราย ในแง่ของการสนับสนุนนโยบาย โครงการฯ ยังได้สนับสนุนกระทรวงคมนาคมของประเทศเวียดนาม ในการพัฒนาคู่มือมาตรฐานสำหรับการขนส่งสินค้าสีเขียวและได้ประกาศใช้แล้วเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2561 นอกจากนี้มาตรการด้านการขนส่งสินค้าสีเขียว ยังถูกนำเสนอในวาระ “การมีส่วนร่วมของประเทศ” (NDC) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของประเทศไทย และยังถูกหยิบยกมากล่าวเป็นวาระสำคัญในการประชุมครั้งที่ 24 ของภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP24) ด้วย นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวในพิธีปิดโครงการ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคมและสหภาพยุโรปว่า “การคมนาคมขนส่ง ถูกยอมรับว่า เป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาและบูรณาการเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค เพราะการคมนาคมขนส่งมีบทบาทสำคัญในการขนย้ายสินค้า บริการและประชาชน นอกจากนี้ การคมนาคมขนส่ง ยังช่วยสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ความพยายามผลักดันให้เกิดการพัฒนาถูกดำเนินการผ่านข้อตกลงและกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค เช่นความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกด้านขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (CBTA) และการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งของอาเซียน ซึ่งโครงการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงได้ให้การสนับสนุน 5 ประเทศเป้าหมายในการดำเนินงานตามข้อตกลงและกรอบความร่วมมือดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยเอง...

สนข. ร่วมกับ GIZ ผลักดันการขนส่งที่ยั่งยืน

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จัดพิธีปิดโครงการ "การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับภาคการขนส่งทางบกในภูมิภาคอาเซียน” เพื่อรายงานความสำเร็จและถอดบทเรียนที่ได้จากการดำเนินงานด้านการลดการใช้น้ำมันของยานพาหนะและลดการปล่อยมลพิษจากภาคการขนส่ง ในส่วนของประเทศไทย ได้มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของยานพาหนะมาตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2559 และโครงการฯ ได้เข้ามาผลักดันให้เกิดการปรับปรุงมาตรการการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตดังกล่าว โดยทำการศึกษานโยบายการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในภาคขนส่งทางบก และพบว่ามาตรการการปรับปรุงอัตราการ เก็บภาษีสรรพสามิตฯ นี้ กระตุ้นให้ผู้ผลิตรถยนต์เกิดการปรับตัวที่จะผลิตรถใหม่ซึ่งช่วยประหยัดพลังงาน ส่งผลให้เกิดการลดการใช้น้ำมันเฉลี่ยจาก 7.08 ลิตรต่อ 100 กม. ในปี พ.ศ. 2558 เหลือเพียง 6.75 ลิตรต่อ 100 กม. ในปี พ.ศ. 2560 สำหรับรถใหม่ทุกคันที่ขาย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า “การใช้พลังงานจากภาคการขนส่ง นอกจากจะส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหา PM 2.5 แล้ว ยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกด้วย เนื่องจากปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะแปรผันกับการใช้พลังงาน กล่าวคือ ยิ่งมีการใช้พลังงานจากภาคการขนส่งมาก ก็ยิ่งมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์มาก ซึ่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่สามารถสลายไปได้ ต่างจาก PM 2.5 ที่จะสลายไปได้ตามธรรมชาติเมื่อเจอฝนและลมมรสุม การใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคการขนส่งที่สูงถึง 61 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2e) ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 19.2 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศไทย จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกท่านควรใส่ใจอย่างยิ่ง เนื่องจากก๊าซเรือนกระจกส่งผลต่อโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว” Caroline Capone ผู้อำนวยการโครงการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับภาคการขนส่งทางบกในภูมิภาคอาเซียนของ GIZ กล่าวว่า “เป็นที่น่าสนใจว่าประเทศไทยมีนโยบายการขนส่งยั่งยืนที่พัฒนาไปมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆยกตัวอย่างเช่น นโยบายการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยโครงการฯ เข้ามาผลักดันให้เกิดการปรับปรุงมาตรการการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตดังกล่าวให้ดีขึ้น ส่งผลให้เกิดการลดการใช้น้ำมันเฉลี่ยในรถยนต์ใหม่ทุกคัน หากมีการดำเนินมาตรการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามการปล่อยมลพิษในลักษณะนี้ต่อไป...

สวทช. ร่วมกับ สถานทูตอังกฤษ และ BBSRC จัดเวทีประชุมความร่วมมือวิจัยและพัฒนาข้าวภายใต้กองทุนนิวตัน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติร่วมงาน Dissemination Workshop for Newton Rice Initiative หรือการประชุมเชิงปฏิบัติการสรุปความร่วมมือวิจัยและพัฒนาข้าวภายใต้กองทุนนิวตัน พร้อมมอบรางวัลโปสเตอร์งานวิจัยดีเด่นแก่นักวิจัยจำนวน 3 ท่าน จัดโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย และ UK Biotechnology...

กนอ.มอบธงขาว-ดาวเขียว ปี’61 ชู 114 โรงงานต้นแบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม

กนอ.จัดพิธีมอบธงขาว-ดาวเขียวประจำปี 2561 ปลื้มมีโรงงานอุตสาหกรรมผ่านเกณฑ์ ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมระดับดี-ดีเยี่ยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีก 114 แห่ง ใน 30 นิคมฯทั่วประเทศ เป็นธงแห่งการสร้างความเชื่อมั่นการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลที่เน้นการมีส่วนรวมของภาคประชาชนในพื้นที่ ยกระดับคุณภาพชีวิต-สิ่งแวดล้อม บริหารจัดการการผลิต ผสมผสานกับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมภายในโรงงานในนิคอุตสาหกรรม ดร.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า โครงการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม (ธงขาวดาวเขียว) เป็นโครงการที่ส่งเสริมให้โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมเป็นองค์กรที่ยึดหลักธรรมาภิบาล ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกในการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาคประชาชน ผู้ประกอบการ โดยมีการเปิดเผยข้อมูลด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของโรงงานให้กับคณะกรรมการตรวจประเมินโรงงาน...

พพ. การันตี 53 อาคารธุรกิจประหยัดพลังงาน ได้มาตรฐาน จัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

พพ. ปลื้มอาคารธุรกิจตื่นตัวการอนุรักษ์พลังงาน เข้าร่วมโครงการติดฉลากอาคารอนุรักษ์พลังงาน 53 อาคารธุรกิจ รับเครื่องหมายรับรอง ฉลากแสดงข้อมูลการใช้พลังงาน การันตีอาคารมาตรฐานด้านบริหารจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ เมื่อเร็วๆนี้ นายยงยุทธ์ สวัสดิสวนีย์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้แถลงผลการดำเนินงาน “โครงการขยายผลติดฉลากแสดงข้อมูลการใช้พลังงานสำหรับอาคารธุรกิจ” ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าของพัฒนาหลักเกณฑ์บริหารด้านการจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ สำหรับอาคารธุรกิจที่ใช้มาตรฐานเดียวกันทุกประเทศ ชึ่งขณะนี้ มีอาคารธุรกิจที่ได้รับการประเมินไปแล้ว 53 อาคาร แบ่งออกเป็น ประเภทสำนักงาน 31 แห่ง ประเภทห้างสรรพสินค้า/ดิสเคาท์สโตร์...

รองนายกฯ เปิดงาน “Thailand Software Fair 2018”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี (ที่ 4 จากซ้าย) เป็นประธานเปิดงาน “Thailand Software Fair 2018” เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังซอฟต์แวร์ไทยให้เติบโต แข็งแกร่ง รองรับยุทธศาสตร์ชาติในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล จัดโดย สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือ ATSI ผนึกกำลังร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)...

สมาคมการบริหารจัดการประเทศญี่ปุ่น ผนึกกำลังภาครัฐบาลไทย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงาน “MAINTENANCE & RESIILIENCE ASIA 2019 ครั้งแรกในประเทศไทย

สมาคมการบริหารจัดการประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับภาครัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อย่างเช่น กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงคมนาคม, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข่าวความร่วมมือในการจัดงาน "Maintenance & Resilience ASIA 2019" (MRA 2019) ที่จะมีขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 2 - 4 ตุลาคม พ.ศ. 2562...

Stay connected

111FansLike
1,066FollowersFollow
13,900SubscribersSubscribe
- Advertisement -

Block title

Latest article

เตือนภัยสวนยาง! พบโรคใบร่วงชนิดใหม่ระบาดในยางพาราเขตภาคใต้ตอนล่าง

ขณะนี้ พบการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หลังเคยพบการระบาดเป็นพื้นที่วงกว้างในประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) รุดลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน นายกฤษดา  สังข์สิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง การยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กยท. ได้รับแจ้งจากเกษตรกรชาวสวนยาง ผ่าน กยท. จังหวัดนราธิวาสว่าพบต้นยางมีอาการใบร่วงเป็นจำนวนมากแทบหมดทั้งต้น โดยพบเป็นแห่ง ๆ ในพื้นที่ 3 อำเภอได้แก่ อำเภอระแงะ อำเภอแว้ง และอำเภอรือเสาะ ตนและคณะนักวิชาการด้านโรคพืช จึงได้ลงไปตรวจสอบเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่าจากการดูลักษณะอาการที่ปรากฏบนใบ และการร่วงของใบมีลักษณะเช่นเดียวกับการรายงานของประเทศสมาชิก IRRDB (อินโดนีเซีย มาเลเซีย และศรีลังกา) ที่ผู้เชี่ยวชาญได้ลงความเห็นว่าเชื้อสาเหตุคือ...

สมอ. ผนึกอาเซียน เพิ่มศักยภาพการส่งออกยาง ตั้งเป้าปี 63 คลอดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยางเพิ่มอีก 10 มาตรฐาน

สมอ. ประชุมหารืออาเซียน ลดอุปสรรคทางการค้าผลิตภัณฑ์ยางในภูมิภาคเพิ่มมูลค่าการส่งออกของไทย พร้อมตั้งเป้าปี 2563 ออกมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยาง เพิ่มอีก 10 มาตรฐาน จากที่กำหนดแล้ว 168 มาตรฐาน นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมยางพาราในประเทศไทยนับเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญ และส่งผลต่อเศรษฐกิจของไทย เนื่องจากประเทศไทย เป็นผู้ผลิตยางพารารายใหญ่ของโลก โดยในปีที่ผ่านมามีมูลค่าการส่งออกยางพารา จำนวนกว่า 147,343.4 ล้านบาท และมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ยาง จำนวนกว่า 353,442.9 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบัน สมอ. ได้กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์จากยางพาราแล้ว จำนวน 168 มาตรฐาน และมีแผนการกำหนดเพิ่มอีกในปี พ.ศ.2563 จำนวน 10 มาตรฐาน เช่น แผ่นยางปูทางผ่านเสมอระดับรถไฟ แผ่นยางปูพื้นสำหรับผู้พิการทางสายตา และยางรัดเอวพยุงหลัง ฯลฯ ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ยางพาราธรรมชาติของไทย และในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา สมอ. เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานด้านผลิตภัณฑ์ยาง (Rubber-Based Product Working...

EEC คิกออฟ ระบบให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ EEC – OSS เอื้อนักลงทุนยื่นคำขออนุมัติ อนุญาตผ่านทางออนไลน์ ประหยัดเวลา ไม่ต้องเดินทาง

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC มีนโยบายอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม ที่เข้ามาประกอบธุรกิจในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ โดยพัฒนาระบบให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ EEC One Stop Service : EEC-OSS  และมุ่งเน้นการพัฒนาระบบงานอย่างต่อเนื่อง ให้มีความทันสมัย เน้นความง่ายในการประกอบธุรกิจ รวมถึงความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยตามมาตรฐาน ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เปิดเผยว่า การพัฒนาระบบให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ EEC One Stop Service : EEC-OSS เป็นความร่วมมือกันของหน่วยงานเจ้าของกฎหมาย 8 ฉบับ ได้แก่ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมอนามัย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(กพร.)ในการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินของหน่วยงานภาครัฐร่วมกัน เพื่อยกระดับการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จครบวงจรของภาครัฐผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานและการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบที่สอดคล้องกับระบบบูรณาการศูนย์กลางบริการภาครัฐเพื่อภาคธุรกิจ(Biz Portal) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภาครัฐ และสามารถเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐได้อย่างสะดวก...