ส่องอุตฯยางไทย ยังมีโอกาสไปต่อ แนะใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม
เมื่อเร็วๆ นี้ ฝ่ายข้อมูลเเละวิจัยตลาดฯ สถาบันพลาสติก ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม จัดงานสัมมนา "อนาคตผลิตภัณฑ์ยางไทย : โอกาสวิ่งหรือโอกาสนิ่ง?" ณ โรงเเรม อโนมา ราชประสงค์ โดยได้รับเกียรติจาก นายอิทธิชัย ยศศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนาครั้งนี้ โดยมีวิทยากรในวงการยาง อาทิ ดร.กฤษดา สุชีวะ จากมหาวิทยาลัยมหิดล มาส่องเส้นทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาง พร้อมด้วย...
หุ่นยนต์ขูดดอกยางเครื่องแรกของโลก โอกาสทองเอสเอ็มอีไทยสู่สากล
"ยางรถยนต์" หนึ่งในชิ้นส่วนที่ถูกเปลี่ยนบ่อยที่สุดในยานพาหนะยอดฮิตของคนไทย โดยส่วนใหญ่ยาง 1 เส้นจะมีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 3-4 ปี ขึ้นอยู่การความสมบุกสมบันในการขับขี่ สาเหตุที่รถยนต์ควรจะ เปลี่ยนยางเมื่อถึงอายุขัย เนื่องจากบนยางจะมีลวดลายที่ออกแบบมาเพื่อการทรงตัวให้รถเกาะถนนและรีดน้ำให้ ไหลผ่านล้อไปทางด้านหลัง โดยเรียกกันว่า "ดอกยาง" หากดอกยางสึกหรือลายบนยางเริ่มเลือนลาง จะส่งผลต่อ การขับขี่โดยตรงและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
การเปลี่ยนยางแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าดอกยางเก่านั้นสามารถนำไปเข้า เครื่องจักรเพื่อ "ขูดยาง" ให้มีลวดลายกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เรียกว่าการทำ “Retread” แต่สาเหตุที่การขูดยาง ยังไม่เป็นที่นิยมเพราะเครื่องจักรมีราคาแพง และเครื่องจักร 1 เครื่อง สามารถใช้กับล้อได้เพียง 1 ขนาดเท่านั้น ทำให้ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนของผู้ประกอบการ
ในอนาคตปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เมื่อ ผศ. ดร.ชนะ รักษ์ศิริ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากฝ่ายการวิจัยมุ่งเป้า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้วิจัยและผลิตหุ่นยนต์ไว้ใช้ในงาน "ยางหล่อดอก" มาช่วยแก้ปัญหาเดิม ๆ ของเครื่องจักรให้สามาถปรับใช้ได้ กับยางทุกขนาดทุกประเภท โดยจะใช้หุ่นยนต์ที่นิยมในงานอุตสาหกรรมอย่าง Articulated Arm Revolute Robot ในการพัฒนาตัวต้นแบบ ซึ่งหุ่นยนต์นี้จะสามารถเคลื่อนที่ได้ทั้ง 6 องศาอิสระ นับเป็นหุ่นยนต์ขูดยาง ตัวแรกของโลกที่จดสิทธิบัตรและพัฒนาในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีหุ่นยนต์ที่ใช้ในการขูดยางโดยตรง วางจำหน่ายในตลาด
ยางหล่อดอกช่วยให้ผู้ใช้รถสามารถลดต้นทุนการเปลี่ยนยางเส้นใหม่ได้ร้อยละ 30-50 และแม้จะเป็น ยางเก่าที่นำมาขูดใหม่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ยางนั้นปลอดภัยน้อยลง...
แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว “ล้านนา เนเชอร์รอล ลาเทคซ์ (Lanna Natural Latex)”
เน้นสร้างเอกลักษณ์หมอนที่นอนยางพาราไทยสไตล์ล้านนา
แม้ว่าความต้องการหมอนยางพาราจะสูงขนาดไหน แต่วันนี้กำลังการผลิตหมอนยางจากโรงงานในประเทศไทย ก็ยังมีจำนวนไม่มาก และยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน ที่ยังมีความเชื่อมั่นในคุณภาพหมอนยางจากประเทศไทยอย่างมาก
และในปัจจุบัน มีธุรกิจแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางเพียงไม่กี่ประเภทที่เกษตรกรสามารถเข้าถึงและลงทุนได้ และมีน้อยรายมากที่เกษตรกรจะมีศักยภาพด้านการผลิตและการแข่งขัน หนึ่งในนั้นก็คือ หมอนและที่นอนยางพารา ทั้งนี้เพราะธุรกิจดังกล่าว มีขั้นตอนการผลิตที่ไม่ยากและซับซ้อนมากนัก ใช้น้ำยางสด และน้ำยางข้น เป็นวัตถุดิบ ซึ่งเป็น ทุนพื้นฐาน ของกลุ่มเกษตรกร และเมื่อได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจากโครงการของรัฐบาล พร้อมๆ กับรับองค์ความรู้จากหน่วยงานที่เชี่ยวชาญของรัฐ ธุรกิจนี้จึงเติบโตและขยายสู่กลุ่มเกษตรกรอย่างรวดเร็ว
เช่นเดียวกันกับ เกวลิน อุ่นแสง เกษตรกรชาวสวนยางพารา และนักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมยางพารา จ.เชียงใหม่...









