กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, 16 พฤษภาคม 2024การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ อาลีเพย์พลัส (Alipay+) ผู้ให้บริการชำระเงินข้ามพรมแดนบนมือถือ และผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลโซลูชั่น ภายใต้ แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประกาศขยายความร่วมมือผ่านการเปิดตัวโปรแกรมสนับสนุน และส่งเสริมการท่องเที่ยว ตอบรับกระแสความสนใจการท่องเที่ยวเมืองไทยของนักเดินทางทั่วโลก

นายฉัททันต์ กุญชร อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าความร่วมมือกับ อาลีเพย์พลัส มีส่วนช่วยผลักดันการท่องเที่ยวในประเทศเป็นอย่างมากเนื่องจากนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบไทยได้อย่างแท้จริง ส่งผลให้เป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวที่เราตั้งไว้สำหรับปี 2024 เป็นไปตามที่กำหนด เรามีความยินดีที่ได้เห็นการเติบโตอย่างรวดเร็วของจำนวนการใช้จ่ายผ่านอาลีเพย์พลัส และการมีเครือข่ายร้านค้าที่รองรับการใช้งานเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองรองต่าง ทั่วประเทศไทย อันมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มร้านค้ารายย่อย และในวันนี้ก็เป็นอีกก้าวสำคัญในการสานต่อความสัมพันธ์ผ่านการใช้เทคโนโลยีเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของประเทศให้เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย

เสริมความแข็งแกร่งการท่องเที่ยวประเทศไทย ด้วยนวัตกรรมดิจิทัล

ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายอันดับต้น ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมา โดยข้อมูลจาก ททท. รายงานว่า จากเดือนมกราคมเมษายน ปี 2024 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่เดินทางมาเยือนประเทศไทยแล้วกว่า2,351,909  คน สอดคล้องกับข้อมูลจากอาลีเพย์พลัส ที่รายงานสถิติจำนวนครั้งของการใช้จ่ายผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลหรือ e-wallet ในเครือข่ายของอาลีเพย์พลัส จากช่วงเทศกาลวันแรงงานที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นถึง 161% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยยอดการเติบโตดังกล่าวยังสูงกว่าช่วงเริ่มต้นของการแพร่ระบาดของโควิดในปี 2019 อีกด้วย

เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวยุคดิจิทัลในปัจจุบัน ททท. ได้เปิดตัวฟีเจอร์ Alipay+ D-hub และบัตรดิจิทัล  Amazing Thailand e-Card บนแอปอาลีเพย์ (Alipay) ที่ใช้งานในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน และยังวางแผนที่จะขยายการให้บริการในกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น ที่ใช้จ่ายผ่านเครือข่ายของอาลีเพย์พลัส ต่อไปในอนาคต

ปัจจุบัน ททท. คือหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวจากภาครัฐหน่วยงานแรกของโลกที่ใช้งาน Alipay+ D-hub ซึ่งเป็นฟีเจอร์ในแอปอาลีเพย์ ที่จะรวมรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศไทย, ข้อมูลร้านค้า ร้านอาหารที่แนะนำ, คู่มือการท่องเที่ยวในจังหวัดต่าง ข้อมูลด้านวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมไทย เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวจีนที่สนใจเข้าไปศึกษาข้อมูลเพื่อการวางแผนการท่องเที่ยวในประเทศไทย

นอกจากนี้ ททท. ยังได้เปิดตัวบัตรดิจิทัล  Amazing Thailand e-Card ที่จะช่วยผู้ประกอบการในประเทศให้สามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวได้มากขึ้นเพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ ทั้งยังช่วยสร้างการรับรู้เกี่ยวกับข้อเสนอ และโปรโมชั่นพิเศษเพื่อการท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวชาวจีน

และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา อาลีเพย์พลัส ได้เปิดบริการ Alipay+ D-Store ร้านค้าออนไลน์แบบ ออลอินวัน ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานอาลีเพย์พลัส ในประเทศ และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ สั่งซื้อสินค้า และชำระเงินผ่านมือถือด้วยการสแกน คิวอาร์ โค้ด โดยปัจจุบันมีร้านค้าที่เข้าร่วมทั้งแบรนด์ไทย และต่างประเทศ อาทิ Dairy Queen, Burger King, The Coffee Club, D’Oro และอื่น

ด้าน คุณเอ็ดเวิร์ด หยู ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ จากแอนท์อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวถึงโครงการต่าง ที่ได้ดำเนินการว่า  “ททท. เป็นหน่วยงานชั้นนำที่มีการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง  และสำหรับอาลีเพย์พลัส เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับผลลัพธ์ที่ได้จากการสนับสนุนการท่องเที่ยวผ่านแพลต์ฟอร์มของเราทั้งในการชำระเงินบนมือถือ, กิจกรรมส่งเสริมด้านการตลาดอื่น รวมถึงการสร้างการเข้าถึงผ่านการใช้งานเทคโนโลยี และเพื่อต่อยอดความร่วมมือกับ ททท. เราพร้อมนำเสนอนวัตกรรมทางดิจิทัลร่วมกันกับ ททท. เพื่อเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างมีเอกลักษณ์ให้แก่นักท่องเที่ยวในยุคดิจิทัลได้ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์ใหม่ ทั้งการช้อปปิ้ง ซื้ออาหาร ได้อย่างสะดวกผ่านสมาร์ทโฟน และเราหวังว่าจะได้สานต่อความร่วมมือกับ ททท.เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในปี 2024 และเสริมความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในฐานะประเทศเพื่อการท่องเที่ยวระดับโลก

การชำระเงินของนักท่องเที่ยวในประเทศไทย จะเป็นเรื่องง่ายด้วยอาลีเพย์พลัส

จากข้อมูล ระหว่างเดือนมกราคมเมษายน 2024 พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยอยู่ที่12,127,447  คน ข้อมูลจาก อาลีเพย์พลัส ยังพบว่า จำนวนครั้งของการใช้จ่ายในระหว่างเดือนมกราคมเมษายน2024 เพิ่มขึ้น 70% เมื่อเปรียบเทียบกับ เดือนกันยายนธันวาคม 2023 โดยนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนครั้งการใช้จ่ายสูงสุดคือนักท่องเที่ยวจากจีนที่ใช้จ่ายผ่าน แอปอาลีเพย์ ตามมาด้วย แอปทัชแอนด์โก อีวอลเล็ต (Touch ‘n Go eWallet) จากมาเลเชีย, อาลีเพย์ ฮ่องกง (AlipayHK) จากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง  และคาเคา เพย์ (Kakao Pay) จากเกาหลีใต้ และกิจกรรมการตลาดซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ททท. และ อาลีเพย์พลัส ได้จัดทำขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมานั้นยังส่งผลให้จำนวนครั้งการใช้จ่ายผ่านอาลีเพย์พลัส ในช่วงสงกรานต์เพิ่มขึ้นถึง 52% เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม

ปัจจุบัน อาลีเพย์พลัส ยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายร้านค้าในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระเงินผ่าน 14 แอปชำระเงินระดับสากล โดยปัจจุบันมีร้านค้าที่รับชำระเงินผ่านเครือข่ายของ อาลีเพย์พลัส ในประเทศไทยกว่า 400,000 ร้านค้า รวมถึงในจังหวัดที่เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวนอกเหนือจากจังหวัดยอดนิยม อาทินครพนม จันทบุรี และลำปาง เพื่อนักท่องเที่ยวจะมีโอกาสเข้าถึงประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบไทยที่แตกต่างไปจากเดิม  

นอกจากนี้ ร้านค้าที่เข้าร่วมยังรวมถึง ร้านอาหารและคาเฟ่ สถานบริการสุขภาพและสปา และสถานที่ท่องเที่ยว อาทิโซนอาหาร foodwOrld ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นแหล่งรวมสตรีทฟู้ดส์ขึ้นชื่อ สปา Let’s Relax และพระบรมมหาราชวัง ร้านขายของที่ระลึก นอกจากนี้เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่นักท่องเที่ยว การชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสจากระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จะเปิดให้ชำระได้ผ่านอาลีเพย์พลัส ในอนาคตอันใกล้นี้

ประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบ A Thailand+ Experience

เพื่อส่งเสริมความร่วมมือที่เกิดขึ้น ททท. และ อาลีเพย์พลัส ได้เปิดตัวแคมเปญ “A Thailand+ Experience” เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในจังหวัดที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักในหมู่นักท่องเที่ยวเพื่อค้นหาประสบการณ์ใหม่  สัมผัสการท่องเที่ยวเมืองไทยที่ต่างไปจากที่เคย โดยแคมเปญ A Thailand+ Experience จะนำเสนอสถานที่ และร้านค้าที่น่าสนใจในจังหวัดเมืองรองผ่านมุมมองของ KOL ที่ได้รับเลือกให้ร่วมแคมเปญ เพื่อเป็นข้อมูลให้นักท่องเที่ยวที่สนใจเที่ยวเมืองรองได้เรียนรู้ผ่าน Alipay+ D-hub และเว็บไซต์ของ ททท. โดยนอกเหนือจากความสะดวกที่นักท่องเที่ยวจะได้รับผ่านการชำระเงินผ่านเครือข่ายอาลีเพย์พลัสเมื่อไปเที่ยวเมืองรองเหล่านี้แล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้รับคูปองเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวอีกด้วย

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here