ฟองสบู่กับผู้อยู่รอดในอุตสาหกรรม

โดย : ดร.กิตติ เจริญพรพานิชกุล ในสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังปรับตัวตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จะมีผู้ประกอบการเดิมและการเกิดขึ้นของผู้ประกอบการใหม่ในแต่ละอุตสาหกรรม เล็งเห็นได้ว่า รัฐบาลนั้น มีแผนการดำเนินงานที่ต้องแตกต่างกันในช่วงเวลาเดียวกัน เนื่องมาจากปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องการนั้น แตกต่างกันไม่มากก็น้อย ผู้ประกอบการเดิมมุ่งเน้นไปในด้านการลดต้นทุนทางการเงิน การปรับปรุงเครื่องจักรมาทดแทนแรงงาน และการหาตลาดหรือสินค้าใหม่ๆ เพื่อรักษาผลการดำเนินงานของตนเอง ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการใหม่ ต้องการแหล่งเงินทุนเพื่อมาซื้อวัตถุดิบ จ้างแรงงานใหม่ เปิดตลาดสินค้าใหม่ ซึ่งอาจเป็นตลาดทั้งในและต่างประเทศ จะเห็นได้ว่าในความเหมือนมันมีความแตกต่างกัน การแข่งขันใหม่ของผู้ประกอบการเดิมและผู้ประกอบการใหม่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน จะเกิดขึ้นอีกครั้งและแข่งขันเพื่อหาผู้อยู่รอด วนเวียนกันไป...

แนวโน้มราคายางในตลาดโลก เริ่มปรับตัวสูงขึ้น

โดย : เชษฐา มีมั่งคั่ง ตลาดหุ้นโลกเริ่มเห็นการปรับฐานลงมากันบ้างแล้ว หลังจากที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือแนวดัชนี 20,000 จุดตั้งแต่มกราคม 2017 พอมาถึง มกราคม 2018 ก็ขึ้นมาอีก 7,000 จุด ถ้าไม่ปรับฐานทำกำไรกันบ้าง คงจะขึ้นยาก ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค มองแนวรับใหญ่ที่ 22,000 จุด คาดว่าจะเป็นจังหวะรีบาวด์ ในขณะที่ตลาดหุ้นจีนรอบนี้กลับมาแข็งแกร่ง ลงไม่เยอะเหมือนดัชนีดาวโจนส์ ส่วนประเด็นที่น่าจับตา...

สถานการณ์ราคายางปี 2560 และแนวโน้มปี 2561

โดย ธนายุส บุญทอง และ นิลวรรณ ฟูเฟื่องสิน ราคายางปี 2560 ประสบภาวะที่เรียกว่า “ต้นสูง ปลายต่ำ” คือ ราคายางช่วงต้นปีอยู่ในระดับสูงจากปัจจัยด้านอุปสงค์ที่เร่งตัวขึ้น และอุปทานยางที่ลดลงจากภาวะฝนตกหนักและน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ อย่างไรก็ตาม หลังจากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมคลี่คลายลง ผลผลิตยางออกสู่ตลาดมากขึ้นและสต็อกยางจีนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ราคายางปรับตัวลดลงต่อเนื่องสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 21 เดือน ในช่วงปลายปี สำหรับแนวโน้มราคายางปี 2561 คาดว่าครึ่งปีแรกปรับตัวสูงขึ้นได้เล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงปลายปี 2560 ที่ราคายางตกต่ำ...

ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาดราคายางอาจกระเตื้องขึ้นใน Q1/61 แต่ในช่วงที่เหลือยังเผชิญปัจจัยความท้าทาย

โดย : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ออกบทวิเคราะห์ยางพาราโดยประเมินว่า ในปี 2560 ราคายางพาราแผ่นดิบชั้น 3 อาจเฉลี่ยอยู่ที่ 57.6 บาทต่อกิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้น 19.0% (YoY) จากผลที่ช่วงครึ่งแรกของปีราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบที่ขยายตัวกว่า 39.4% (YoY) แต่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 ทิศทางราคายางพาราเริ่มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยกดดันทั้งอุปทานยางโลกและปริมาณสต๊อกยางของจีนที่อยู่ในระดับสูง จนกระทั่งในสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม...

ความเคลื่อนไหวในตลาดเงิน เต็มไปด้วยความผันผวน ไม่ได้เคลื่อนไหวตามทฤษฎี

โดย : เชษฐา มีมั่งคั่ง ความเคลื่อนไหวในตลาดเงิน ในระยะนี้เต็มไปด้วยความผันผวน และไม่ได้เคลื่อนไหวตามทฤษฎี หลังจากที่ธนาคารสหรัฐประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย US Fed fund rate แทนที่สกลุเงินดออลลาร์สหรัฐจะแข็งค่า แต่กลับมาอ่อนค่าโดยตลาดให้เหตุผลว่า เป็นไปตามคาดการณ์ของตลาด อีกทั้งแนวโน้มอัตราการเจริญเติบโตจะกลับมาที่เอเซีย โดยเฉพาะจีน อินเดีย เกาหลี ญี่ปุ่นและ กลุ่ม AEC ดั้งนั้นกระแสของเม็ดเงินยังคงไม่มีการไหลออก และกลับมาแข็งค่าอย่างโดดเด่นในค่าเงินวอนของเกาหลี และค่าเงินบาทของประเทศไทย...

วิกฤติราคายาง กับทางแก้ของรัฐบาลในปี 2018

โดย : ดร.กิตติ เจริญพรพานิชกุล จากเหตุการณ์ต่างๆในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีการเรียกร้องจากเกษตรและผู้ที่ได้รับความเสียหายจากสาเหตุของราคายางพาราตกต่ำอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีข่าวในเชิงบวกที่ช่วยหนุนราคายางพารามาตลอดเวลาก็ตาม รัฐบาลได้มีการปรับ ครม แต่งตั้งนาย กฤษฎา บุญราช รมว. เกษตรและสหกรณ์ มาต่อยอดพันธกิจ 8 มาตรการ โดยมาตรการเร่งด่วนแรก คือ การเสนอเงินชดเชย 4,000 บาท เพื่อส่งเสริมการโค่นต้นยางเก่าปลูกต้นยางใหม่โดยคาดหวังว่าพื้นที่เพาะปลูกจะลดลง 2 แสนไร่...

ภาพรวมยางพาราไทย: การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและความท้าทาย ที่ต้องเร่งปรับตัว

โดย ธนายุส บุญทอง  นิลวรรณ ฟูเฟื่องสิน ปัจจุบัน ไทยเป็นผู้ผลิตยางอันดับ 1 ของโลก คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 36.0 ของปริมาณการผลิตยางทั้งโลก และเป็นผู้นำการส่งออกยางแปรรูปทุกประเภท โดยเฉพาะน้ำยางข้นและยางแผ่นรมควัน ในปี 2559 มีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกสูงถึงร้อยละ 75.8 และ ร้อยละ 63.0 ของมูลค่าการส่งออกน้ำยางข้นและยางแผ่นรมควันทั้งหมดของโลก ตามลำดับ และหากพิจารณาดัชนีความสามารถในการแข่งขันหรือ Revealed Comparative...

ต่อไปเราต้องซื้อ-ขายแข่งกับ “Quant Funds”

โดย เชษฐา มีมั่งคั่ง นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ มีความเห็นถึงความผันผวนของทั้งตลาดเงิน ตลาดทุน รวมทั้งตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เกิดจากระบบการสั้งซื้อสั่งขายที่รวดเร็วขึ้น เนื่องจากมีกองทุนประเภท Quant Funds ซึ่งบริหารโดยใช้ Algorithms หรือโปรแกมคอมพิวเตอร์ ที่สามารถตั้งโปรแกรมคำสั้งล่วงหน้าทดแทนการตัดสินใจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งในปัจจุบัน Algorithms มีการใช้ในตลาดการเงินในสหรัฐ สูงถึง 70-80% ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมดในแต่ละวันแล้ว ดังนั้นการเทรดในตลาดโลก นอกจากความเหลื่อมล้ำของเวลาโลกแล้ว การตัดสินใจซื้อขายจะทำโดยอัตโนมัติจากระบบคอมพิวเตอร์ ที่อาศัยการศึกษาข้อมูลสถิติย้อนหลังต่างๆ เช่น...

แนวทางและกลไกพัฒนายางพาราให้ขับเคลื่อนไปได้ในยุค 4.0

โดย : ดร. กิตติ เจริญพรพานิชกุล ในช่วงที่ผ่านมา ราคายางพาราได้มีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องอีกทั้ง ช่วงฤดูการกรีดยางในไทยกำลังจะเข้ามาซึ่งน่าจะส่งผลให้มีผลผลิตเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศอีกไปจนถึงต้นปีหน้า คำถามตอนนี้ที่ทุกคนนึกถึงคือ ราคายางจะลงต่อไปอีกหรือ? สิ่งที่ภาครัฐกำลังช่วยเกษตรกรและผู้ประกอบการอยู่นั้น สามารถช่วยแก้ไขได้จริงหรือเป็นเพียงแค่แผนที่เขียนออกมาเพื่อใช้ในการนำเสนอเท่านั้น?   จากการที่ผมได้ติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมต่างๆ ของภาครัฐ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการบริโภคการใช้ยางทั้งในประเทศ และการส่งเสริมและเปิดแผนยุทธศาตร์ยางพาราระยะ 20 ปี รวมไปถึงการแต่งตั้งบุคคลที่มีประสบการณ์ต่างๆ เพื่อมารับผิดชอบในแต่ละส่วนงานที่ได้รับมอบหมายนั้น มาถูกทางแล้ว แต่ในช่วงปัญหาการลดลงของราคายางอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นวงจรของอุปสงค์ อุปทานและการกำหนดราคาจากตลาดยางพาราโลก ประเทศไทยแม้ว่าจะเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกยางพาราอันดับหนึ่งของโลก...

อนาคตยางพาราไทย กับความสำคัญของยุทธศาสตร์ยางพาราระยะ 20 ปี

เรื่องโดย : วิเชียร แก้วสมบัติ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยางพาราถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญของประเทศไทย เนื่องจากเป็นพืชที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีเนื้อที่ปลูกยางพาราประมาณ 22 ล้านไร่ (ครอบคลุมกว่า 60 จังหวัด) และสามารถผลิตยางธรรมชาติได้ 4.4 ล้านตัน โดยผลผลิตดังกล่าวได้สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยางที่มีอยู่จำนวน 1.6 ล้านครัวเรือน (หรือ 6 ล้านคน) ประมาณ 3...

Stay connected

111FansLike
1,066FollowersFollow
13,556SubscribersSubscribe
- Advertisement -

Block title

Latest article

ทาทา สตีล แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปีการเงิน 2563 (เมษายน-มิถุนายน 2562)

มร.ราจีฟ มังกัล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปีการเงิน 2563 (เมษายน-มิถุนายน 2562) พร้อมชี้แจง การยกเลิกสัญญาการซื้อขายหุ้นระหว่าง TS Global Holdings Pte.Ltd.(ผู้ซื้อหุ้นรายใหญ่) กับ HBIS Group Co., Ltd  ณ  บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  อาคารรสา ทาวเวอร์ 2 ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆนี้  มร.ราจีฟ มังกัล กล่าวถึง สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันว่า  ประเทศไทยยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเล็กน้อยในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นการขาดดุลครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2557 การขาดดุลส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการจ่ายเงินปันผลจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศและความต้องการท่องเที่ยวที่ลดลงไปตามฤดูกาล สถานการณ์ทางการเมืองยังคงอยู่ในความสนใจ ทั้งเรื่องการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ และการผ่านงบประมาณประจำปี 2563 ประเทศไทยยังคงเผชิญกับการชะลอตัวของการบริโภคภายในประเทศ การส่งออก และการท่องเที่ยว เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น...

แลนเซสส์ (LANXESS) รุกโชว์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติกและยางในงาน K 2019 ที่ประเทศเยอรมนี

ระดมทัพ 6 หน่วยธุรกิจจัดแสดงผลิตภัณฑ์สำหรับการเดินทางยุคใหม่ (New Mobility) การเป็นเมือง (Urbanization) และการทำให้เป็นดิจิทัล (Digitalization) กรุงเทพมหานคร - วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562 : แลนเซสส์ (LANXESS) ผู้นำในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษของโลก พร้อมนำเสนอความก้าวหน้าใหม่ ๆ ด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการและเทคโนโลยีของ 6 หน่วยธุรกิจ ที่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมในงาน “K 2019” ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าระหว่างประเทศสำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกและยางจัดขึ้น ณ เมืองดึสเซิลดอร์ฟ(Düsseldorf) ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 16-23 ตุลาคม พ.ศ. 2562 โดยแลนเซสส์ได้จัดสรรพื้นที่ 700 ตารางเมตร เพื่อจัดแสดงผลิตภัณฑ์ด้านการเดินทางยุคใหม่ (New Mobility) การเป็นเมือง (Urbanization) และการทำให้เป็นดิจิทัล (Digitalization) “โซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมทางด้านการเดินทางแบบใหม่และแนวคิดเรื่องเมืองยุคใหม่ กำลังได้รับการพัฒนาและเป็นที่นิยมกันทั่วโลก ซึ่งเป็นแนวโน้มที่มีความสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างมากสำหรับเราและลูกค้าของเรา  เรากำลังมุ่งพัฒนาโซลูชั่นและเทคโนโลยีวัสดุที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับเทรนด์ดังกล่าวนี้ และยังมุ่งเน้นไปที่ความเป็นไปได้ใหม่ในเรื่องการทำให้เป็นดิจิทัล” มร. ฮิวเบิร์ต ฟินค์ (Hubert Fink) สมาชิกคณะผู้บริหารของแลนเซสส์ กล่าว โดยในงานนี้ แลนเซสส์ได้ระดม 6 หน่วยธุรกิจจากทั้งหมด 11 หน่วยธุรกิจของแลนเซสส์ได้แก่ -...

สภาอุตฯ ผนึกความร่วมมือ 4 องค์กรชั้นนำระดับโลก ผลักดันภาคอุตสาหกรรมสู่ไทยแลนด์ 4.0

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี และนวัตกรรมทั้งด้านการค้าการลงทุนและภาคการผลิต สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตระหนักถึงความสำคัญของพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมๆ ไปกับการสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ซึ่งมีความจำเป็นในการแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ๆ และความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญ และในฐานะของตัวแทนผู้ประกอบอุตสาหกรรมภาคเอกชน มีบทบาทส่งเสริมนักอุตสาหกรรม เผยแพร่ข้อมูล และเป็นแหล่งกลางสำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ต่อวงการอุตสาหกรรม จึงจับมือกับ 4 องค์กรชั้นนำระดับโลก ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย การให้คำปรึกษาด้านธุรกิจการลงทุน และการประชาสัมพันธ์ ได้แก่ บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย ที่ปรึกษาธุรกิจ จำกัด บริษัท PwCประเทศไทย จำกัด และเฟลชแมน ฮิลลาร์ด ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมและยกระดับภาคอุตสาหกรรมของไทยให้ก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 และสอดรับกับนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ 4 องค์กรระดับโลกว่าเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยและยกระดับขีดความสามารถในด้านการแข่งขัน “ทุกวันนี้องค์ความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ ไปกับการพัฒนาของเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ด้งนั้น ผู้ประกอบจะต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อนำมาปรับใช้กับการประกอบธุรกิจสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จึงต้องมีพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มาสนับสนุนองค์ความรู้เชิงลึก เพื่อยกระดับความสามารถด้านการแข่งขันและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย  ซึ่งพันธมิตรของเราทั้ง 4 องค์กร ต่างได้รับการยอมรับในระดับโลก จะมาช่วยสนับสนุนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในการขับเคลื่อนทิศทางภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อก้าวสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” พร้อมกับพัฒนาระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน” ศ. (พิเศษ) กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ บ. เบเคอร์แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทให้คำปรึกษาชั้นนำด้านกฎหมายอันดับหนึ่งของประเทศไทย กล่าวว่า ในยุคดิจิทัลมีธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย สิ่งที่ตามมาก็คือประเด็นกฎหมายที่หลากหลายและซับซ้อน จึงจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทยต้องให้ความสำคัญการวางแผนกฎหมายอย่างรอบคอบ “ต้องยอมรับว่ากระแสเทคโนโลยีดิสรัปชั่น ส่งผลต่อวงการธุรกิจอย่างมาก บางธุรกิจแทบตั้งตัวไม่ทัน การทำธุรกิจในทุกวันนี้ จึงจำเป็นที่ต้องเตรียมรับมือกับความเสี่ยงในทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน การมีที่ปรึกษาทางกฎหมายเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยเบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ เรามีองค์ความรู้และนักกฎหมายที่จะช่วยผู้ประกอบการวางแผน เพิ่มความระมัดระวังในการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล พร้อมสนับสนุนและให้คำแนะนำด้านกฎหมายกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในการผลักดันโครงการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนที่จะเป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมไทย” นายเจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคพีเอ็มจีภูมิไชย ที่ปรึกษาธุรกิจ จำกัด ซึ่งได้รับความไว้วางใจและความมั่นใจในระดับโลก ด้านบริการสอบบัญชี ให้คำปรึกษาด้านภาษีและกฎหมาย และคำแนะนำด้านการบริหารธุรกิจและการลงทุน เป็นพันธมิตรที่สำคัญของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จะสนับสนุนองค์ความรู้ในด้านการทำธุรกิจในอาเซียน โดยเฉพาะการค้าการลงทุน ซึ่งมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในภาพรวม กล่าวว่า “ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัล ความต้องการของผู้บริโภค การลงทุนที่มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งนวัตกรรมและเครื่องมือทางการเงินใหม่ๆ ส่งผลให้แต่ละองค์กรจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก ผู้ประกอบการไทยจะสามารถคงความเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียนและมีบทบาทสำคัญระดับโลกภายใต้นโยบายผลักดัน “ไทยแลนด์ 4.0” ได้ จำเป็นต้องมีความพร้อมที่จะตอบสนองและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านั้น ด้วยประสบการณ์การให้บริการและความเชี่ยวชาญด้านการสอบบัญชี ด้านภาษีและกฎหมาย และด้านที่ปรึกษาธุรกิจควบคู่ไปกับเครือข่ายที่แข็งแรงทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน ทำให้เคพีเอ็มจีประเทศไทย สามารถให้คำปรึกษา สนับสนุน และเป็นผู้เชี่ยวชาญทางธุรกิจ ที่เดินเคียงข้างไปกับอุตสาหกรรมไทย เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนในยุคดิจิทัล เราพร้อมที่จะเป็นกำลังในการขับเคลื่อนให้ไทยแลนด์ 4.0 ควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมไทย” นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหารและหุ้นส่วน บริษัท PwC ประเทศไทย หนึ่งในเครือข่ายบริษัทผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบบัญชี บริการให้คำปรึกษาด้านภาษีและกฎหมาย และบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจครอบคลุม 158 ประเทศทั่วโลก กล่าวว่า “การขยายตลาดและการลงทุนไปยังต่างประเทศ ถือเป็นหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจไทย ซึ่ง PwC ในฐานะหนึ่งในองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญทั้งทางด้านบัญชี กฎหมายและภาษี ที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบความร่วมมือต่างๆ มีความยินดีที่จะให้การสนับสนุนและส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ แก่ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นการลงทุน สิทธิประโยชน์ทางภาษี การบัญชี และอื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในส่วนที่เกี่ยวกับการค้าและ การลงทุนระหว่างประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) หรือความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ได้อย่างเต็มศักยภาพ รวมไปถึงการให้ความรู้ในการเปลี่ยนผ่านองค์กรไปสู่ดิจิทัล นอกจากนี้ เรายังมุ่งเน้นที่จะให้ความรู้ด้านกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นหัวใจของการทำธุรกิจในโลกยุคปัจจุบันด้วย” “เราหวังว่า การที่ PwC ได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในพี่เลี้ยงที่จะช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านโครงการพี่ช่วยน้องในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมให้วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อยของไทยได้upscale ตัวธุรกิจ และนำความรู้ที่ได้มาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มในด้านต่างๆ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของธุรกิจไทย โดยเฉพาะ SME ในการแข่งขันโดยรวมของไทย ให้แข็งแกร่งยั่งยืนและทัดเทียมกับต่างประเทศต่อไป” ด้าน นางสาวโสพิส เกษมสหสิน รองประธานอาวุโส พารต์เนอร์และผู้จัดการทั่วไป เฟลชแมน ฮิลลาร์ด ประเทศไทย ซึ่งเป็นเอเจนซีด้านการประชาสัมพันธ์และดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งชั้นนำระดับโลก มีความเชี่ยวชาญในการวางกลยุทธ์การสื่อสาร โดยนำช่องทางต่างๆ มาใช้เพื่อให้การสื่อสารองค์กรได้รับการบูรณาการและเกิดความทรงพลังกล่าวถึงการสื่อสารในยุคดิจิทัลที่มีความสำคัญต่อธุรกิจและองค์กรซึ่งการที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยรับบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางเผยแพร่ข้อมูล และส่งเสริมพัฒนานักอุตสาหกรรม จำเป็นต้องวางกลยุทธ์การสื่อสาร เพื่อให้ตอบโจทย์เป้าหมายขององค์กรในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย “การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีทำให้พฤติกรรมการบริโภคสื่อของผู้คนในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ธุรกิจและองค์กรจึงต้องปรับตัวเป็นอย่างมากเพื่อก้าวให้ทันผู้บริโภคในยุคนี้ โดยการประยุกต์ใช้เครื่องมือที่หลากหลายเพื่อใช้วางกลยุทธ์การสื่อสาร และนำช่องทางการสื่อสารใหม่ๆ มาใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือขององค์กรให้เกิดกับผู้บริโภคอีกด้วย ในฐานะเอเจนซีผู้นำด้านประชาสัมพันธ์และดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง ระดับโลก ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารแบบครบวงจรเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เฟลชแมน ฮิลลาร์ด ประเทศไทย มีความพร้อมในการให้คำปรึกษาและสนับสนุนก้าวใหม่ของสภาอุตสาหกรรมฯ ในการยกระดับกลยุทธ์ในการสื่อสารภาพลักษณ์ทั้งภายในและภายนอกองค์กรและขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับยุคสมัยแห่งดิสรัปชั่นให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” ทั้งนี้ ความร่วมมือและหุ้นส่วนในการส่งเสริมองค์ความรู้จาก 4 องค์กรชั้นนำระดับประเทศ จะช่วยสนับสนุนสภาอุตสาหกรรมและตอกย้ำบทบาทและภารกิจสำคัญของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในการส่งเสริมและพัฒนาการประกอบอุตสาหกรรมสู่เป้าหมายการยกระดับภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความผันผวนของการค้าการลงทุนและเศรษฐกิจโลก ที่ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจต้องตั้งรับและปรับตัวได้ทันท่วงที